เมื่อพนักงานรุ่นเล็กมาขอให้หัวหน้าช่วยตามงานจากพนักงานรุ่นพี่ ทำอย่างไรดี ?

เมื่อพนักงานรุ่นเล็กมาขอให้หัวหน้าช่วยตามงานจากพนักงานรุ่นพี่

หลายคนรู้สึกว่า นี่คือหน้าที่ของหัวหน้า หากเข้าไปจัดการแทน งานจะเดินเร็วขึ้น ความตึงเครียดจะลดลง และทีมจะรู้สึกว่ามีคนคอยซัพพอร์ต

แต่คำถามสำคัญคือ สิ่งที่คุณกำลังสร้างอยู่ คือ “ความไว้วางใจแบบไหน”

ความไว้วางใจมีสองลักษณะที่ต่างกันอย่างชัดเจน

แบบแรกคือความไว้วางใจที่เกิดจากการช่วยเหลือ เมื่อมีปัญหา หัวหน้าจะเข้ามาจัดการให้ทุกครั้ง ทีมจะรู้สึกสบาย อุ่นใจ และพึ่งพาได้ แต่ความไว้วางใจแบบนี้มีข้อจำกัด เพราะมันผูกอยู่กับ “การมีหัวหน้าอยู่ตรงนั้นเสมอ”

แบบที่สองคือความไว้วางใจที่เกิดจากการพัฒนา หัวหน้าไม่ได้รีบแก้ปัญหาให้ แต่ช่วยให้ลูกทีม “รับมือกับปัญหาได้เอง” ในช่วงแรก ความรู้สึกอาจไม่สบาย เพราะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากขึ้น แต่เมื่อผ่านไปได้ ลูกทีมจะเริ่มรู้สึกว่า เขาไม่ได้แค่มีหัวหน้าที่ช่วยเก่ง แต่มีหัวหน้าที่ “ทำให้เขาเก่งขึ้นได้จริง”

แนวทางที่เน้นให้ลูกทีมลองจัดการเองก่อน จึงไม่ได้ทำลายความไว้วางใจ

แต่กำลังเปลี่ยน “รูปแบบของความไว้วางใจ” จากระยะสั้นไปสู่ระยะยาว

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อหัวหน้าเข้าใจจังหวะและวิธีการที่ถูกต้อง เพราะถ้าทำผิด มันจะกลายเป็นการ “ปล่อย” แทนที่จะเป็น “พัฒนา”

Team Development and Long-term Trust Building
สิ่งแรกที่ต้องชัดคือ ลูกทีมต้องรู้ว่าคุณ “ยังอยู่ข้างเขา”

การไม่ช่วยทันที ไม่ได้แปลว่าคุณไม่สนใจ แต่คือคุณกำลังเปิดพื้นที่ให้เขาลอง หากลูกทีมรู้สึกว่าถูกทิ้ง ความไว้วางใจจะหายทันที แต่ถ้าเขารู้ว่าคุณยังคอยดู คอยรับ และพร้อมช่วยเมื่อจำเป็น เขาจะกล้าลองมากขึ้น

สิ่งที่สองคือ หัวหน้าต้อง “ให้เครื่องมือ” ไม่ใช่แค่ให้โจทย์

การบอกให้ลูกทีมไปตามงานรุ่นพี่ โดยไม่สอนวิธีพูด วิธีคิด หรือวิธีรับมือ เป็นเพียงการโยนปัญหา แต่การให้โครงคำพูด วิธีตั้งประเด็น และวิธีรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ จะทำให้เขามีความมั่นใจพอที่จะลงมือจริง

สิ่งที่สามคือ ต้องมี “ขอบเขตของการช่วย” ที่ชัดเจน

เช่น หากลูกทีมพยายามแล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สำเร็จ หัวหน้าจะเข้าไปช่วยเสริม การกำหนดจุดนี้ทำให้ลูกทีมกล้าลอง เพราะรู้ว่าไม่ได้ต้องรับผิดชอบเพียงลำพัง

เมื่อองค์ประกอบทั้งสามนี้เกิดขึ้น กระบวนการเรียนรู้จะเริ่มทำงาน ลูกทีมจะเริ่มจากความไม่มั่นใจ ค่อย ๆ ลอง ค่อย ๆ ปรับ และค่อย ๆ กล้าเผชิญสถานการณ์ที่ยากขึ้น

ช่วงแรกอาจดูเหมือนช้าลง เพราะหัวหน้าไม่ได้เข้าไปแก้ให้ทันที แต่ในระยะต่อไป ทีมจะเริ่ม “เร็วขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งหัวหน้า” เพราะแต่ละคนสามารถจัดการสถานการณ์ของตัวเองได้

ตัวชี้วัดของความไว้วางใจในรูปแบบนี้ ไม่ได้อยู่ที่รอยยิ้มหรือคำพูดชื่นชม แต่อยู่ที่พฤติกรรมของทีม ลูกทีมจะเริ่มกล้าลองมากขึ้น กล้าคุยกับคนที่ยากขึ้น และเมื่อเจอปัญหา จะกลับมาปรึกษาแทนที่จะหลีกเลี่ยง

นี่คือสัญญาณว่าความไว้วางใจไม่ได้หายไป แต่กำลัง “ลึกขึ้น”

ในท้ายที่สุด บทบาทของหัวหน้าจึงไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นในทันที แต่คือการทำให้ทีม “แข็งแรงพอที่จะรับมือกับความยากได้ด้วยตัวเอง”

เพราะความไว้วางใจที่แท้จริง ไม่ใช่การที่ทีมรู้ว่าคุณจะช่วยเขาเสมอ แต่คือการที่ทีมรู้ว่า แม้คุณไม่ช่วยทันที เขาก็ยังไปต่อได้

เกี่ยวกับผู้เขียน

อาจารย์ ไกรกิติ ทิพกนก

Languages: EN I TH

บทความน่าสนใจ

Find the course that interests you!

ค้นหาหลักสูตรที่ใช่ เพื่อพัฒนาศักยภาพในตัวคุณ
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Ready to join our knowledge castle?

Find the right program for your organization and achieve your goals today

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save