Strategic Thinking วิธีคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับชีวิตและองค์กร

Strategic Thinking วิธีคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับชีวิตและองค์กร

วิธีคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับชีวิตและองค์กร (Strategic Thinking)

เมื่อพูดถึง Strategic Thinking เรามักนึกถึงการวิเคราะห์อนาคต การกำหนดเป้าหมาย การเลือกกลยุทธ์ การจัดลำดับความสำคัญ และการบริหารทรัพยากรเพื่อให้ไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ


แต่การคิดเชิงกลยุทธ์ที่แท้จริงอาจเริ่มต้นก่อนการวางแผน

เพราะก่อนจะถามว่าจะไปถึงเป้าหมายอย่างไร เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าจริง

เรากำลังพยายามสร้างอะไร

และเหตุใดสิ่งนั้นจึงสำคัญ

คนที่คิดเชิงกลยุทธ์จึงไม่ได้ดำเนินชีวิตด้วยคำถามเพียงว่าจะทำอย่างไรให้สำเร็จ

แต่ต้องรู้ด้วยว่าอะไรคือสิ่งที่ตนรับผิดชอบ

อะไรคือสิ่งสำคัญในเวลานี้

อะไรควรทำ

อะไรไม่ควรทำแม้จะสามารถทำได้

และใครคือคนที่ต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้ในอนาคต

นี่ทำให้เราเห็นว่า Strategic Thinking ไม่ได้เริ่มต้นจากการวางแผน

แต่เริ่มต้นจากความชัดเจนใน Purpose และ Mission ว่าเรามีอยู่เพื่ออะไร และสิ่งที่เรากำลังทำควรสร้างคุณค่าอะไร

บทเรียนแรกของ Strategic Thinking คือการคิดจาก Mission ไม่ใช่จาก Activity


ในชีวิตการทำงาน เราอาจมีโครงการ การประชุม งานประจำ และปัญหาเฉพาะหน้ามากมาย

แต่กิจกรรมจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

สิ่งสำคัญคือกิจกรรมเหล่านั้นเชื่อมโยงกับเหตุผลของการมีอยู่และคุณค่าที่เราต้องการสร้างหรือไม่

คนที่คิดเชิงกลยุทธ์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำถามว่าเราจะทำอะไรดี

แต่เริ่มต้นด้วยคำถามว่าเรามีอยู่เพื่ออะไร

เพราะเมื่อเหตุผลของการมีอยู่ชัดเจน การตัดสินใจว่าจะทำอะไรและไม่ทำอะไรจะชัดเจนตามไปด้วย

หลายครั้งปัญหาขององค์กรจึงไม่ใช่ไม่มีงานทำ

แต่มีงานมากเกินไปโดยไม่รู้ว่างานเหล่านั้นกำลังพาองค์กรไปที่ไหน

การมีกิจกรรมมากมายไม่ได้หมายความว่ามีกลยุทธ์ หากกิจกรรมเหล่านั้นไม่ได้เชื่อมโยงกับพันธกิจ

การคิดเชิงกลยุทธ์ การกำหนดเป้าหมาย และการจัดลำดับความสำคัญ

บทเรียนที่สองคือการแยก Priority ออกจาก Urgency


โลกการทำงานเต็มไปด้วยเรื่องที่เรียกร้องความสนใจ

ข้อความที่ต้องตอบ

การประชุม

ปัญหาของลูกค้า

งานด่วน

และความคาดหวังจากผู้คนรอบตัว


หากเราไม่ระวัง สิ่งที่ส่งเสียงดังที่สุดจะกลายเป็นสิ่งที่ใช้เวลาของเรามากที่สุด

แต่สิ่งเร่งด่วนไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สิ่งที่มีคนร้องขอมากที่สุดก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่สร้างคุณค่ามากที่สุด

Strategic Thinking จึงต้องสามารถแยกเสียงรบกวนออกจากสิ่งที่มีความหมายต่อเป้าหมายระยะยาว

Strategic Thinking จึงต้องมีความสามารถในการหยุดท่ามกลางความวุ่นวาย แล้วถามว่า

เวลานี้อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องทำ

บางครั้งกลยุทธ์จึงไม่ใช่การตัดสินใจว่าจะทำอะไรเพิ่ม

แต่คือการตัดสินใจว่าจะหยุดทำอะไร

จะปฏิเสธอะไร

และจะไม่ปล่อยให้อะไรมาดึงเราออกจากสิ่งที่สำคัญที่สุด

บทเรียนที่สามคือการคิดถึง Cost of Choice ก่อนตัดสินใจ


ทุกกลยุทธ์คือการเลือก และทุกการเลือกมีต้นทุน

การเลือกทำสิ่งหนึ่งหมายความว่าเรากำลังใช้เวลา เงิน คน ความสนใจ และโอกาสที่ไม่สามารถนำไปใช้กับอีกหลายสิ่งได้ในเวลาเดียวกัน

การตัดสินใจที่ดีจึงไม่ได้พิจารณาเพียงว่าสิ่งนั้นน่าสนใจหรือเป็นไปได้หรือไม่

แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า หากเราเลือกทางนี้ เราต้องใช้ทรัพยากรอะไร

ต้องเสียอะไร

มีความเสี่ยงอะไร

และสามารถเดินไปจนถึงปลายทางได้หรือไม่

องค์กรจำนวนมากไม่ได้ล้มเหลวเพราะไม่มีความคิดดี

แต่ล้มเหลวเพราะเริ่มต้นสิ่งต่างๆ มากเกินกว่าทรัพยากรที่มีจะรองรับได้


ทุกการเลือกมีต้นทุน และทุกครั้งที่เราเลือกทำสิ่งหนึ่ง เราก็กำลังเลือกไม่ทำอีกหลายสิ่งในเวลาเดียวกัน

ดังนั้น Strategic Thinking จึงไม่ถามเพียงว่าเราทำได้หรือไม่

แต่ถามด้วยว่าถ้าจะทำให้สำเร็จจริง เราพร้อมจ่ายต้นทุนของการตัดสินใจนั้นหรือไม่

ทีมกำลังวางกลยุทธ์และประเมินทางเลือกเพื่อไปสู่เป้าหมาย

บทเรียนที่สี่คือการคิดจากปลายทาง


คนที่คิดเชิงกลยุทธ์ไม่ได้เพียงตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

แต่มีภาพของผลลัพธ์ที่ต้องการเห็นในอนาคต แล้วใช้ภาพนั้นย้อนกลับมาช่วยตัดสินใจในปัจจุบัน

ความสำเร็จจึงไม่ได้ถูกวัดจากการทำทุกสิ่งที่สามารถทำได้

แต่จากการทำสิ่งสำคัญที่พาเราไปสู่ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้

เมื่อรู้ว่าปลายทางคืออะไร เราจึงสามารถย้อนกลับมาถามได้ว่าวันนี้ต้องทำอะไร

นี่เป็นความแตกต่างระหว่างการใช้ชีวิตแบบตอบสนองต่อเหตุการณ์กับการใช้ชีวิตอย่างมีกลยุทธ์

คนแบบแรกถามว่าวันนี้มีอะไรเข้ามาบ้าง

ส่วนคนแบบหลังถามว่าสิ่งที่กำลังทำวันนี้กำลังพาเราเข้าใกล้สิ่งที่ได้รับมอบหมายหรือไม่

แต่ Strategic Thinking ยังมีอีกมิติหนึ่งที่มักถูกมองข้าม

คือการสร้างความสามารถของคนและระบบให้สิ่งที่เราสร้างสามารถดำเนินต่อไปได้

หากมองเพียงประสิทธิภาพระยะสั้น การลงเวลาไปกับการสอนคน สร้างทีม ถ่ายทอดความรู้ และพัฒนาผู้สืบทอดอาจดูช้ากว่าการลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเอง

แต่ในระยะยาว องค์กรที่ขึ้นอยู่กับคนเก่งเพียงไม่กี่คนมีความเปราะบางสูง

การคิดเชิงกลยุทธ์จึงไม่ได้ถามเพียงว่าวันนี้เราสร้างผลงานได้มากเท่าไร

แต่ต้องถามด้วยว่าเรากำลังสร้างความสามารถที่จะทำให้ผลงานนั้นเกิดขึ้นซ้ำ ขยายผล และดำเนินต่อไปได้หรือไม่

นี่ทำให้ Strategic Thinking ก้าวข้ามเรื่องของความสำเร็จไปสู่เรื่องของการส่งต่อ

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเราจะทำให้งานนี้สำเร็จอย่างไร

แต่ต้องถามต่อว่า เมื่อเราไม่อยู่แล้ว งานนี้ยังเดินต่อได้หรือไม่

ใครจะรับช่วงต่อ

เขาพร้อมหรือยัง

และวันนี้เรากำลังสร้างเขาอยู่หรือไม่

เมื่อนำทั้งหมดมารวมกัน เราจะเห็นกระบวนการ Strategic Thinking ที่เริ่มจากการถามว่าเรามีอยู่เพื่ออะไร

จากนั้นจึงถามว่าเวลานี้อะไรสำคัญที่สุด

การเลือกนั้นมีต้นทุนอะไร

ปลายทางที่ต้องการคืออะไร

และสุดท้ายใครหรือระบบใดจะทำให้สิ่งที่เราสร้างดำเนินต่อไปได้

Strategic Thinking จึงไม่ใช่ความสามารถในการทำนายอนาคตให้ถูกต้องทั้งหมด

และไม่ใช่การสร้างแผนที่ซับซ้อนที่สุด

แต่คือความสามารถในการมองเห็นพันธกิจอย่างชัดเจน

มองความจริงของสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา

รู้ว่าอะไรสำคัญ

กล้าเลือก

กล้าปฏิเสธสิ่งที่ไม่ใช่

ยอมรับต้นทุนของการตัดสินใจ

มองเห็นปลายทาง

และสร้างคนที่จะเดินต่อไปได้

Strategic Thinking จึงลึกกว่าการคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชนะคู่แข่ง

เพราะคำถามสำคัญกว่าอาจเป็นว่าเรากำลังสร้างคุณค่าอะไร

สิ่งที่เลือกสอดคล้องกับสิ่งที่สำคัญจริงหรือไม่

และความสำเร็จที่เกิดขึ้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้หรือไม่

บางทีนี่อาจเป็นหัวใจที่แท้จริงของ Strategic Thinking


ไม่ใช่การทำให้มากที่สุด


แต่คือการรู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด เลือกอย่างมีสติ และใช้ทรัพยากรที่มีไปกับสิ่งที่มีคุณค่าจริง

เกี่ยวกับผู้เขียน

อาจารย์ ไกรกิติ ทิพกนก

Languages: EN I TH

บทความน่าสนใจ

Find the course that interests you!

ค้นหาหลักสูตรที่ใช่ เพื่อพัฒนาศักยภาพในตัวคุณ
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Ready to join our knowledge castle?

Find the right program for your organization and achieve your goals today

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save