เมื่อ CEO เริ่มเงียบลง ฝ่ายบุคคลไม่ควรรอคำสั่ง
แต่ควรเริ่มทำ 5 เรื่องนี้ทันที
ช่วงนี้หลายองค์กรดูเหมือนยังปกติ
- งานยังเดิน
- ประชุมยังมี
- ตัวเลขยังรายงานตามรอบ
แต่ในหลายห้องผู้บริหาร ความเงียบเริ่มมากขึ้น เพราะสิ่งที่กำลังถูกคิด ไม่ใช่แค่เดือนนี้ แต่คือครึ่งปีหลังจะเดินอย่างไร ถ้าต้นทุนยังกดต่อ และโลกภายนอกยังไม่นิ่ง
นี่คือเหตุผลที่ฝ่ายบุคคลไม่ควรรอให้ถูกถามก่อน
อย่างแรก รีบดูให้ชัดว่าใครคือคนที่องค์กรขาดไม่ได้
ไม่ใช่ดูตามตำแหน่ง แต่ดูว่าถ้าขาดใครไปแล้ว งานสะดุดทันที
บางคนไม่ได้อยู่ตำแหน่งใหญ่ แต่เป็นคนที่ทำให้ระบบยังเดินได้
ถ้ายังตอบไม่ได้ว่าใครคือกำลังหลักจริง แปลว่ายังมองคนไม่ลึกพอ
อย่างที่สอง เตรียมคำตอบไว้ก่อนว่า ถ้าต้นทุนตึงขึ้นอีก จะจัดคนอย่างไร
งานไหนควรชะลอ
งานไหนต้องเดินต่อ
และถ้าต้องใช้คนเท่าเดิมแต่คาดหวังผลมากขึ้น จะจัดอย่างไรไม่ให้ฝืด
ฝ่ายบุคคลที่มีน้ำหนัก คือฝ่ายที่เสนอทางเลือกได้ก่อนสถานการณ์บังคับ
อย่างที่สาม ลงไปดูหัวหน้าระดับกลางทันที
เพราะคนกลุ่มนี้รับแรงกดมากที่สุด
ข้างบนถามผลลัพธ์
ข้างล่างรอความชัดเจน
ถ้าหัวหน้าเริ่มเหนื่อย ทั้งทีมจะช้าลงโดยไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ
อย่างที่สี่ อย่าปล่อยให้องค์กรเงียบเกินไป
เมื่อข่าวโลกแรงขึ้น คนในองค์กรจะเริ่มคิดเองทันทีว่า จะกระทบไหม จะมีอะไรเปลี่ยนไหม
ถ้าความจริงยังไม่ถูกพูด ข่าวลือจะเริ่มทำงานแทน
ในช่วงที่ CEO เริ่มมองชัดขึ้น สิ่งที่ฝ่ายบุคคลต้องทำ
ไม่ใช่ดูแลให้ทุกอย่างเหมือนเดิม
แต่ต้องช่วยให้องค์กรพร้อมก่อนที่คำถามจริงจะมาถึง
อย่างสุดท้าย ปรับการพัฒนาคนให้ใช้ได้จริงทันที
ช่วงนี้องค์กรไม่ได้มองหาคนที่เรียนครบ แต่ต้องการคนที่แก้ปัญหาได้
ตัดสินใจได้ และช่วยให้งานเดินต่อได้ภายใต้แรงกด
หลายครั้งองค์กรไม่ได้สะดุดเพราะปัญหาใหญ่
แต่สะดุดเพราะเรื่องสำคัญเริ่มเปลี่ยน ในวันที่ทุกคนยังคิดว่าทุกอย่างปกติ








