ลูกทีมทำงานมาแล้วหนึ่งปี แต่อยากได้การดูและสอนงานมากขึ้น: หัวหน้าควรทำอย่างไรให้ได้ทั้งการดูแลและการเติบโต

ลูกทีมทำงานมาแล้วหนึ่งปี แต่อยากได้การดูและสอนงานมากขึ้น: หัวหน้าควรทำอย่างไรให้ได้ทั้งการดูแลและการเติบโต

ลูกทีมทำงานมาแล้วหนึ่งปี แต่อยากได้การดูแลและสอนงานมากขึ้น: หัวหน้าควรทำอย่างไรให้ได้ทั้งการดูแลและการเติบโต

เมื่อพนักงานที่ทำงานมาได้ระยะหนึ่งเริ่มบอกว่า “อยากให้หัวหน้าดูงานและสอนมากขึ้น” หลายคนจะตีความว่าเขายังไม่เก่งพอ หรือกำลังพึ่งพา แต่ในความเป็นจริง สัญญาณนี้มักหมายถึงอีกเรื่องหนึ่ง เขาเริ่มเห็นมาตรฐานที่สูงขึ้น และต้องการ “คนช่วยยกระดับวิธีคิด” ของเขาให้ไปถึงจุดนั้น

ถ้าหัวหน้าตอบสนองด้วยการสอนแบบเดิม คือบอกคำตอบ แก้งานให้ หรือเข้าไปกำกับทุกจุด ผลลัพธ์ระยะสั้นอาจดูดีขึ้น แต่มักทำให้พนักงานพึ่งพามากขึ้นในระยะยาว งานเดินได้ แต่คนไม่โต

แนวทางที่ได้ผลจึงไม่ใช่การ “สอนเพิ่ม” แต่คือการ “เปลี่ยนรูปแบบการสอน” จากการบอกคำตอบ ไปสู่การโค้ชให้คิดเป็น โดยยังคงมีการดูแลที่ชัดเจนอยู่

เริ่มจากการตกลงรูปแบบการทำงานใหม่ร่วมกัน

อย่าปรับวิธีสอนเงียบ ๆ ให้คุยกับลูกทีมตรง ๆ ว่า จากนี้การดูงานจะเปลี่ยนไปในลักษณะที่ช่วยให้เขาคิดและตัดสินใจได้เองมากขึ้น พร้อมถามเขาว่าอยากให้หัวหน้าเข้าไปดูงานระดับไหนในช่วงนี้ งานแบบใดที่อยากได้คำแนะนำใกล้ชิด และงานแบบใดที่อยากลองตัดสินใจเองก่อน

การตกลงนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความคาดหวังตรงกัน ลูกทีมจะไม่รู้สึกว่าถูกปล่อย และหัวหน้าก็ไม่ต้องกลับไปควบคุมทุกอย่าง

ตั้งกติกาก่อนถาม เพื่อยกระดับการคิด

กำหนดหลักง่าย ๆ ว่าก่อนจะมาขอคำแนะนำ ลูกทีมต้องเตรียมสิ่งต่อไปนี้มาเสมอ คือเสนอทางเลือกอย่างน้อยหนึ่งหรือสองทาง อธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละทาง และระบุว่าตัวเองจะเลือกทางใด

เมื่อเขานำสิ่งเหล่านี้มา หัวหน้าควรหลีกเลี่ยงการตอบทันที ให้ใช้คำถามเพื่อพาเขาคิดต่อ เช่น เหตุผลหลักที่คุณเลือกทางนี้คืออะไร ความเสี่ยงของทางเลือกนี้อยู่ตรงไหน ถ้าเปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญหนึ่งอย่าง คุณยังจะเลือกเหมือนเดิมหรือไม่

กติกานี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทของเขาจากคนที่รอคำตอบ เป็นคนที่เสนอคำตอบ

กำหนดช่วงดูงานอย่างมีโครง ไม่ใช่ดูทุกงาน

ความต้องการให้หัวหน้าดูงานมากขึ้น มักมาจากความไม่มั่นใจในมาตรฐาน หัวหน้าไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูทุกชิ้นงาน แต่ควรกำหนดจังหวะที่ชัดเจน เช่น เลือกงานสำคัญหนึ่งถึงสองชิ้นต่อสัปดาห์เพื่อดูเชิงลึก

ในช่วงดูงาน ให้ใช้โครงเดียวกันทุกครั้ง เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ดี ระบุจุดที่ควรปรับ และสรุปหลักคิดที่ควรนำไปใช้ครั้งถัดไป การใช้โครงที่สม่ำเสมอทำให้ลูกทีมเรียนรู้ได้เร็ว เพราะเขาเริ่มจับแพทเทิร์นของ “งานที่ดี” และ “เหตุผลที่อยู่เบื้องหลัง” ได้

Coaching and structured team development

ออกแบบพื้นที่ให้ลองผิดแบบควบคุมความเสี่ยง

ลูกทีมที่ขอการสอนมากขึ้น มักกังวลว่าจะตัดสินใจพลาด หากหัวหน้าดึงงานกลับมาทำเองทุกครั้ง ความกล้านั้นจะยิ่งหายไป วิธีที่ดีกว่าคือแบ่งขอบเขตการตัดสินใจให้ชัด เลือกงานที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางให้เขาตัดสินใจเอง แล้วกำหนดจุดตรวจเพื่อให้หัวหน้าทบทวน

หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาด ให้ใช้สถานการณ์นั้นเป็นบทเรียนร่วมกัน อธิบายว่าอะไรคือสมมติฐานที่เขาใช้ อะไรที่พลาด และครั้งหน้าจะปรับอย่างไร การปล่อยให้เขาได้ลองในกรอบที่ควบคุมได้ จะสร้างทั้งความมั่นใจและทักษะการตัดสินใจ

ใช้คำถามแทนคำสั่งในจังหวะสำคัญ

ทุกครั้งที่ลูกทีมมาขอคำแนะนำ หัวหน้ามีทางเลือกสองแบบ คือให้คำตอบทันที หรือใช้คำถามเพื่อพาเขาคิด การเลือกแบบหลังจะช้ากว่าเล็กน้อยในระยะสั้น แต่ให้ผลลัพธ์ดีกว่าในระยะยาว

คำถามที่ดีควรพาไปสู่การมองปัญหาให้ครบ เช่น ปัญหาจริงคืออะไร ข้อมูลใดที่ยังไม่ครบ หากต้องตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ คุณจะเลือกอย่างไร และเพราะอะไร คำถามลักษณะนี้ช่วยให้เขาเห็นกระบวนการคิดของตัวเอง และเริ่มปรับปรุงได้ด้วยตัวเอง

หัวหน้าที่ดีไม่ได้รีบให้คำตอบทุกครั้ง แต่ช่วยให้ลูกทีมค่อย ๆ สร้างคำตอบที่ดีได้ด้วยตัวเอง

ให้ความสำคัญกับการสะท้อน “วิธีคิด” ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์

การให้ feedback ที่โฟกัสเฉพาะว่าถูกหรือผิด จะทำให้ลูกทีมปรับงานได้ครั้งต่อครั้ง แต่ไม่ช่วยให้พัฒนาทักษะระยะยาว สิ่งที่ควรเน้นคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของเขา

อธิบายว่าการตัดสินใจนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานใด มีข้อมูลอะไรที่สนับสนุน และมีมุมใดที่ยังไม่ถูกพิจารณา การสะท้อนแบบนี้จะทำให้เขาเริ่มคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น และสามารถย้ายความรู้ไปใช้กับงานใหม่ได้

รักษาความสม่ำเสมอของการดูแล

การโค้ชจะได้ผลต่อเมื่อเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานทุกครั้ง แต่ควรมีจังหวะที่แน่นอน เช่น การทบทวนงานรายสัปดาห์ หรือการเช็คอินสั้น ๆ ระหว่างงานสำคัญ ความสม่ำเสมอทำให้ลูกทีมรู้สึกว่าได้รับการดูแล และกล้าหยิบประเด็นที่ไม่มั่นใจมาคุยตั้งแต่ต้น

Team coaching feedback and growth

สรุปแนวทางปฏิบัติ

เปลี่ยนรูปแบบจากการสอนเป็นการโค้ช

ตกลงความคาดหวังและระดับการดูงานร่วมกัน

ตั้งกติกาก่อนถามเพื่อยกระดับการคิด

กำหนดช่วงดูงานเชิงลึกอย่างมีโครง

เปิดพื้นที่ให้ลองตัดสินใจในกรอบที่ควบคุมได้

ใช้คำถามเพื่อพาให้คิดแทนการให้คำตอบ

ให้ feedback ที่เน้นวิธีคิดและเหตุผล

ทำทุกอย่างอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อทำครบวงจรนี้ ลูกทีมจะรู้สึกว่าได้รับการดูแลมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็พึ่งพาน้อยลง เพราะเขาเริ่มคิดและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของการสอนงานในระยะยาว

เกี่ยวกับผู้เขียน

อาจารย์ ไกรกิติ ทิพกนก

Languages: EN I TH

บทความน่าสนใจ

Find the course that interests you!

ค้นหาหลักสูตรที่ใช่ เพื่อพัฒนาศักยภาพในตัวคุณ
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Ready to join our knowledge castle?

Find the right program for your organization and achieve your goals today

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save