In-House Training Courses

Thinking & Decision Making

การใช้ MECE เพื่อการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

MECE for Systematic Problem Solving

การใช้ MECE เพื่อการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ, MECE for Systematic Problem Solving

หลักสูตร การใช้ MECE เพื่อการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

หลักการและแนวคิด

💡การแก้ไขปัญหาต่างๆในองค์กรมีความซับซ้อนหลายมิติ จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการคิดอย่างมีโครงสร้าง เป็นระบบ เพื่อลดความคลุมเครือและความซ้ำซ้อนในการคิดวิเคราะห์ หลักการ MECE (Mutually Exclusive, Collectively Exhaustive) เป็นแนวทางการแยกแยะประเด็นโดยไม่ให้ซ้ำซ้อนและมีความครอบคลุมทุกประเด็นในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะในงานวางยุทธศาสตร์ การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ จะมีการใช้ MECE เพื่อเป็นการตรวจสอบอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม บุคลากรในหลายหน่วยงานยังขาดทักษะในการนำหลัก MECE ไปใช้งาน ส่งผลให้เกิดปัญหาการทำงานที่ไม่ตรงจุด ซ้ำซ้อน หรือ เกิดช่องว่างในงานขึ้น

หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้แนวคิด MECE ในการแก้ปัญหาในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพภายในระยะเวลาเพียง 1 วัน ทำให้ผู้เข้าอบรมนำไปประยุกต์ใช้งานได้ทันที หลักสูตรครอบคลุมถึง การกำหนด Recommendation ใน Action Plan และการสื่อสารจัดการกับ Stakeholder อีกด้วย

วัตถุประสงค์

  1. ผู้เข้าอบรมเข้าใจแนวคิดและความสำคัญของ MECE (Mutually Exclusive, Collectively Exhaustive)
  2. ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้ MECE เพื่อการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
  3. ผู้เข้าอบรมสามารถเขียน Action Plan และให้คำแนะนำด้วยหลักการ MECE ได้
  4. ผู้อบรมจะได้ฝึกการตรวจสอบ และเสนอแนะได้ว่า งานนั้นเป็นไปตามหลัก MECE หรือไม่ สามารถไป Recommend งานต่างๆ ในองค์กรได้ทันที
  5. ผู้เข้าอบรมทราบหลักการสื่อสารกับ Stakeholder เพื่อให้ครบถ้วนตามหลักการ MECE
ทีมงานทำงาน Workshop

หัวข้อการฝึกอบรม

Session ช่วงเวลา รายละเอียดเนื้อหา
1 09:00 – 10:15 หลักการ MECE (Mutually Exclusive, Collectively Exhaustive)
  • ที่มา แนวคิดและหลักการของ MECE
  • ความหมายของการแยกกันอย่างชัดเจน “Mutually Exclusive”
  • ความหมายของความครบถ้วน “Collectively Exhaustive”
  • คำถามที่ใช้ตรวจสอบว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นไปตามหลักของ MECE หรือไม่ การตรวจสอบ 5 ประการ คือ การแยกกันอย่างชัดเจนไม่ซับซ้อนคลุมเครือ / ความอยู่ในระดับเดียวกัน/ ความต่อเนื่องอย่างเป็นลำดับ/ ความเชื่อมโยงกับเป้าหมาย / ความครบถ้วนสมบูรณ์
  • ตัวอย่างของ MECE ที่ใช้ในงานประเภทต่างๆ เช่น การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ งานวิเคราะห์ข้อมูล การแบ่งประเภทเพื่อทำข้อสรุป การเขียน Action Plan การนำเสนองาน ฯลฯ
  • ตัวอย่างของกรณีต่างๆ ที่เป็นไป และ ไม่เป็นไปตามหลักของ MECE และผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้วางกรอบความคิดให้เป็นไปตาม MECE เช่น WBS/Mind map/Project Life Cycle/Ishikawa Diagram
หลักการการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
  • รูปแบบของปัญหา ปัญหาที่ซับซ้อนระดับต่างๆ
  • กระบวนการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking and Problem Solving) และการใช้หลักตรวจสอบว่าเป็นไปตาม MECE หรือไม่ในแต่ละขั้นตอน
2 10:30 – 12:00 Workshop 1: การคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วย MECE
  • ผู้อบรมใช้กรณีศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตนเองเป็นตัวตั้ง เช่นปัญหาความล่าช้าในการผลิต ต้นทุนเกิดงบประมาณ ปัญหาการเพิ่มยอดขาย ปัญหาด้านบุคลากรในองค์กร ฯลฯ
  • ผู้อบรมจะใช้กรณีศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหา และเขียน Action Plan อย่างง่าย โดยใช้ Template ของทางวิทยากร
  • Output ของ Workshop ที่ 1: ผู้อบรมแต่ละกลุ่มจะได้การคิดแก้ไขปัญหาและ Action Plan อย่างเป็นระบบ เพื่อนำผลไปใช้ใน Workshop ต่อไป
3 13:00 – 14:15 Workshop 2: การคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วย MECE (ต่อ)
  • ผู้อบรมแต่ละกลุ่มนำผลที่ได้จาก Workshop ที่ 1 คือการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา การหาทางแก้ไข และการเขียน Action Plan มานำเสนอในห้องอบรม
  • ผู้อบรมทุกกลุ่มวิเคราะห์ตรวจสอบว่าเป็นไปตามหลักของ MECE หรือไม่ โดยมีแนวทางคำถามตามหลัก 5 ประการ คือ การแยกกันอย่างชัดเจนไม่ซับซ้อนคลุมเครือ / ความอยู่ในระดับเดียวกัน/ ความต่อเนื่องอย่างเป็นลำดับ/ ความเชื่อมโยงกับเป้าหมาย / ความครบถ้วนสมบูรณ์
  • Output ของ Workshop: ผู้อบรมจะได้ฝึกการตรวจสอบ และเสนอแนะงานได้ว่า งานนั้นเป็นไปตามหลัก MECE หรือไม่ สามารถไป Recommend งานต่างๆ ในองค์กรได้ทันที
  • วิทยากรนำการสนทนาแลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอแนะ
4 14:30-16:00 น. หลักการสื่อสารและการนำเสนอกับ Stakeholder
  • กระบวนการสื่อสาร SMCR Model
  • ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ประเภทต่างๆ
  • การวิเคราะห์ Stakeholder ประเภทต่างและการสื่อสาร Powet/Interest Model
  • Workshop 3: ผู้อบรมทำการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรตนเองและวิเคราะห์ว่าจะสื่อสารแบบใดอย่างไรกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละราย
  • ผู้อบรมแต่ละกลุ่มนำเสนอแลกเปลี่ยนในห้องเรียนและผู้อบรมทุกกลุ่มช่วยวิเคราะห์ตรวจสอบว่าการสื่อสารนั้นเป็นไปตามหลักของ MECE หรือไม่
  • วิทยากรนำการสนทนาแลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอแนะ
  • วิทยากรสรุปบทเรียนและแนวคิดที่ได้จากการทำฝึกอบรม
1

หลักการ MECE และการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

ช่วงเวลา: 09:00 – 10:15

  • ที่มา, แนวคิด, ความหมาย และหลักการตรวจสอบ 5 ประการของ MECE
  • ตัวอย่างและเครื่องมือที่ใช้กับ MECE (WBS, Mind map, etc.)
  • กระบวนการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking)
2

Workshop 1: การคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วย MECE

ช่วงเวลา: 10:30 – 12:00

  • ใช้กรณีศึกษาจริงจากธุรกิจของผู้อบรม
  • ฝึกแก้ไขปัญหาและเขียน Action Plan อย่างง่ายด้วย Template
  • Output: ได้ Action Plan เพื่อใช้ใน Workshop ต่อไป
3

Workshop 2: การคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วย MECE (ต่อ)

ช่วงเวลา: 13:00 – 14:15

  • นำเสนอ Action Plan จาก Workshop 1
  • ฝึกวิเคราะห์และตรวจสอบงานของกลุ่มอื่นตามหลัก 5 ประการของ MECE
  • Output: สามารถตรวจสอบและให้คำแนะนำ (Recommend) งานในองค์กรได้
4

หลักการสื่อสารและการนำเสนอกับ Stakeholder

ช่วงเวลา: 14:30-16:00 น.

  • เรียนรู้กระบวนการสื่อสาร SMCR Model และการวิเคราะห์ Stakeholder
  • Workshop 3: วิเคราะห์และวางแผนการสื่อสารกับ Stakeholder
  • นำเสนอและตรวจสอบการสื่อสารตามหลัก MECE
  • สรุปบทเรียนทั้งหมด
 
ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม

ในยุคที่การตัดสินใจของผู้บริหารต้องอิงข้อมูลจำนวนมาก และต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) จึงไม่ใช่แค่ “ทักษะ” แต่เป็น เครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ เพราะโดยส่วนมากผู้บริหารที่มีประสบการณ์อาจจะขาดทักษะในการแยกแยะข้อมูลเชิงลึกและเชื่อมโยงปัจจัยต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เนื่องจากเวลาในการทำงานจำกัดและติดกับกับประสบการณ์ของจนเอง อาจส่งผลให้การตัดสินใจในงานที่สำคัญ การวิเคราะห์ปัญหาอาจคลาดเคลื่อน และแนวทางแก้ไขอาจไม่ตอบโจทย์รากของปัญหาได้   การพัฒนาทักษะ “การคิดเชิงวิเคราะห์” สำหรับผู้บริหารจึงเป็นการ เสริมเขี้ยวเล็บทางปัญญา ให้สามารถคิดทะลุ เห็นรอบด้าน และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ บนพื้นฐานของเหตุและผล

หลักสูตรการคิดเชิงวิเคราะห์เสริมแกร่งสำหรับระดับจัดการของ KCT Academy จะทำให้ผู้เข้าอบรมมีทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ที่สามารถนำไปใช้ในงานจริงได้ทันที โดยใช้ Workshop เป็นหลักในการอบรม


วัตถุประสงค์
  1. เพื่อให้ผู้อบรมเข้าใจกระบวนการของ “การคิดเชิงวิเคราะห์” ในการบริหารจัดการยุคใหม่
  2. สร้างทักษะการแยกแยะปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐาน
  3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้ทักษะ Analytical Thinking ในการแก้ไขปัญหาและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำไปใช้ในงานจริงได้

หัวข้อการฝึกอบรม
Sessionช่วงเวลารายละเอียดเนื้อหา
1

9:00-10:30

ภาพรวมความเข้าใจและกระบวนการการคิดเชิงวิเคราะห์

·      Analytical Thinking คืออะไร? ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร ?

·      กระบวนการและเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน Analytical Thinking

·      การระบุปัญหา Problem Statement / Voice of Customer (VOC)/ Problem Framing Canvas / Context Analysis

·      การรวบรวมข้อมูล การสังเกต / การสัมภาษณ์ การพิจารณาข้อมูล / Process Flowchart

·    การวิเคราะห์สาเหตุ 5 Why / Ishikawa Diagram (Fishbone)
/ Cause-and-Effect Matrix

·      การระบุแนวทางแก้ไข Brainstorming /SCAMPER /Benchmarking

·      การจัดระดับความสำคัญเพื่อหาทางออก Impact vs Effort Matrix Decision Matrix (Pugh Matrix) / Cost-Benefit  / Dot Voting

210:45-12:00

Workshop กรณีศึกษา ระบุปัญหา

·      วิทยากรให้กรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับงานของผู้อบรม หรืออาจใช้กรณีศึกษาจริง เริ่มกระบวนการ Analytical Thinking การระบุปัญหา โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม Template ที่เข้าใจง่ายจากวิทยากร

·      Problem Statement / Voice of Customer (VOC)/ Problem Framing Canvas / Context Analysis

313:00-14.30

Workshop กรณีศึกษา การรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์สาเหตุ

·      ผู้อบรมออกแบบการรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นโดยใช้กรณีศึกษาช่วงเช้า

·      ผู้อบรมทำการวิเคราะห์สาเหตุด้วยเครื่องมือ 5 Why / Ishikawa Diagram Cause-and-Effect Matrix เพื่อระบุสาเหตุเชิงลึกที่สำคัญ

414:45-16:00

Workshop กรณีศึกษา การระบุแนวทางแก้ไขและหาทางออก

·      ผู้อบรมระบุแนวทางแก้ไขด้วยเครื่องมือต่างๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของปัญหา Brainstorming /SCAMPER /Benchmarking

·      ผู้อบรมจัดระดับความสำคัญเพื่อค้นหาทางออกของปัญหาโดยใช้เครื่องมือ Impact vs Effort Matrix Decision Matrix / Cost-Benefit  / Dot Voting

·      ผู้ร่วมอบรมแต่ละกลุ่มนำเสนอ  วิทยากรนำการสนทนาแลกเปลี่ยน สรุปกระบวนการทั้งหมด และให้ข้อเสนอแนะ

Ready to join our knowledge castle?

Find the right program for your organization and achieve your goals today

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save