In-House Training Courses
หลักสูตรการบริหารโครงการอย่างเป็นระบบสำหรับทีมงานข้ามสายงาน
(Project Management Essential for Cross Functional Team)
ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม
การจัดการโครงการในปัจจุบันต้องอาศัยความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานธุรกิจ ทีม IT และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หลายฝ่าย หรือที่เรียกว่า Cross Functional Team ซึ่งมีความจำเป็นต้องบริหารความต้องการ ขอบเขตงาน ระยะเวลา ทรัพยากร ความเสี่ยง และการสื่อสารอย่างเป็นระบบ
จุดสำคัญคือ ผู้เข้าอบรมที่มีพื้นฐานบทบาท BA (Business Analyst) ที่ต้องเก็บ Project Requirement และประสานงาน กับทีม IT ขณะเดียวกันบางโครงการอาจได้รับมอบหมาย ให้ทำหน้าที่ Project Owner และดูแลภาพรวมของโครงการด้วย
ดังนั้นหลักสูตรต้องช่วยให้ผู้เรียนเปลี่ยนจากการทำงาน เฉพาะส่วนมาเป็นการบริหารโครงการให้สำเร็จได้ เข้าใจในหลักการบริหารโครงการ และสามารถประยุกต์ใช้ เครื่องมือพื้นฐาน เพื่อให้สามารถวางแผน ติดตามความคืบหน้า ประสานงานข้ามสายงาน และจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างดำเนินโครงการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระยะสั้น แต่ครอบคลุมเนื้อหา การบริหารโครงการครบวงจรที่จำเป็น ทั้งการวางแผนงาน การจัดการ Stakeholder การจัดการความเสี่ยง การวางแผนและควบคุมขอบเขต เวลา ทรัพยากร และต้นทุนโครงการ โดยออกแบบภายใต้กรอบองค์ความรู้ การจัดการโครงการ Project Management Body of Knowledge (PMBOK) เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้ทันที
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
- ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจสิ่งที่ต้องทำทั้งหมด ของการจัดการโครงการ
- วางแผนและติดตามความคืบหน้าของโครงการ อย่างเป็นระบบ
- บริหารผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder Management) และประสานงานข้ามสายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- บริหารความเสี่ยงและแก้ไขปัญหา (Risk Management & Problem Solving) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ
- ควบคุมขอบเขต ระยะเวลา และทรัพยากรของโครงการ (Scope, Timeline & Resource Management) เพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
เนื้อหาหลักสูตร (Course Outline)
พื้นฐานการบริหารโครงการ ขอบเขตงาน ผู้เกี่ยวข้อง และความเสี่ยง
เมื่อคุณเป็นผู้จัดการโครงการ ต้องทำอะไรบ้าง?
- เข้าใจว่าโครงการคืออะไร และการดำเนินงานภายใต้เวลา และขอบเขตที่จำกัด
- วงจรชีวิตโครงการ 5 ขั้นตอน (Project Life Cycle)
- เข้าใจหลักการควบคุม เวลา ต้นทุน และคุณภาพ ภายใต้ขอบเขตโครงการ
- ภาพรวมงานจัดการโครงการตาม Project Management Body of Knowledge (PMBOK)
- การบริหารโครงการ 7 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ Governance, Scope, Stakeholders, Risk, Schedule, Resources และ Finance
- การทำงานกับ Cross-Functional Team ซึ่งผู้ร่วมงานมีความแตกต่างด้านเป้าหมาย วิธีการทำงาน การวัดผล และความรู้ความเข้าใจ
- การกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง
- การกำหนดผู้มีอำนาจตัดสินใจ ในแต่ละระดับ
- การใช้ RACI Matrix เพื่อสร้างความชัดเจน ของบทบาทและความรับผิดชอบ
- กำหนดเป้าหมาย ขอบเขตงาน และผลส่งมอบของโครงการ ให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
- บริหารการเปลี่ยนแปลงความต้องการ และป้องกันงานเพิ่มเติม นอกเหนือจากขอบเขตที่ตกลงกัน
- Requirement Analysis: การทำความเข้าใจบริบท รวบรวม วิเคราะห์ จัดลำดับความสำคัญ และตรวจสอบความถูกต้องของความต้องการ
- Requirement Classification (BABOK): จำแนกความต้องการ 4 ประเภท ได้แก่ Business Requirements, Stakeholder Requirements, Solution Requirements และ Transition Requirements
- Functional Requirements (FR): กำหนดความต้องการด้านฟังก์ชัน เช่น Input, Process และ Output
- Non-Functional Requirements (NFR): กำหนดคุณลักษณะด้านคุณภาพของระบบ เช่น Performance, Security, Availability, Scalability, Reliability, Usability และ Compliance
- Requirement Prioritization: จัดลำดับความสำคัญตาม Business Value, Risk, Complexity, Urgency และ Strategic Fit
- ผู้เข้าอบรมวิเคราะห์บริบทโครงการจริง ที่กำลังดำเนินการ
- วิเคราะห์ Project Governance และ Project Scope เพื่อสร้างความชัดเจน
- ฝึกปฏิบัติด้วย Template ที่วิทยากรจัดเตรียม
- วิทยากรให้ข้อเสนอแนะ เพื่อนำผลการวิเคราะห์ ไปประยุกต์ใช้กับโครงการจริง
- วิเคราะห์ผู้เกี่ยวข้องในโครงการทุกฝ่าย เพื่อเข้าใจบทบาท ความต้องการ และความคาดหวัง
- ใช้ Power Interest Matrix เพื่อวิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
- Communication Strategy for IT Experts: วางกลยุทธ์การสื่อสารระหว่าง ผู้บริหาร ผู้ใช้งาน และทีมพัฒนา โดยปรับภาษาและเนื้อหาให้เหมาะสม กับผู้รับสารแต่ละกลุ่ม
- Conflict Resolution Techniques: จัดการความขัดแย้งระหว่างข้อจำกัด ทางเทคนิคกับความต้องการทางธุรกิจ
- การเจรจาและประเมินทางเลือกด้วย Evidence-based Negotiation, Trade-off Analysis และ Win-Win Solution
- ระบุเหตุการณ์เสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นในโครงการ IT
- วิเคราะห์โอกาสเกิด และผลกระทบของความเสี่ยง เพื่อจัดลำดับความสำคัญ
- วางแผนป้องกันและแก้ไข เมื่อเกิดเหตุการณ์เสี่ยง
- ศึกษาตัวอย่างความเสี่ยง ในโครงการ IT และแนวทางป้องกันแก้ไข
- Impact Analysis: วิเคราะห์ผลกระทบจากความต้องการของระบบ ที่มีต่อการทำงานและความเสี่ยง
- วิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และความเสี่ยงสำคัญ จากโครงการจริง
- กำหนดวิธีการป้องกัน และแนวทางแก้ไขความเสี่ยง
- ฝึกปฏิบัติผ่าน Template ที่วิทยากรจัดเตรียม
- ผู้เข้าอบรมนำเสนอผลการวิเคราะห์ และรับข้อเสนอแนะจากวิทยากร
- นำผลการวิเคราะห์ ไปประยุกต์ใช้ในการบริหาร ความเสี่ยงของโครงการจริง
การวางแผน ควบคุมระยะเวลา ทรัพยากร และงบประมาณโครงการ
- บทบาทของ Business Analyst ใน Agile และการทำงานร่วมกับ Product Owner และทีมพัฒนา
- Product Backlog Management: การจัดการ Product Backlog, Backlog Refinement, Backlog Grooming และการประมาณขนาดงาน
- Product Roadmap: การแปลงลำดับความสำคัญ ของความต้องการให้เป็นแผนพัฒนา โดยกำหนด Release, Phase, Timeline และ Value ที่ต้องการส่งมอบ
- Functional Requirements Document (FRD): การจัดทำเอกสารข้อกำหนดความต้องการ ด้านฟังก์ชัน
- Data Flow Diagram (DFD): การวิเคราะห์และแสดงการไหลของข้อมูล ระหว่าง External Entity, Process, Data Store และ Data Flow
- Process Flow Diagram (PFD): การเขียนแผนภาพกระบวนการทำงาน ด้วย BPMN 2.0
- Agile vs. Waterfall: ความแตกต่างระหว่างการบริหารงาน แบบ Waterfall และ Agile รวมถึงแนวคิด Iterative, Incremental และ Continuous Delivery
- Sprint Planning: การวางแผน Sprint โดยเลือก User Stories ตามลำดับความสำคัญ และ Team Capacity
- Team Capacity Planning: การประเมินขีดความสามารถของทีม เพื่อกำหนดปริมาณงาน ให้สอดคล้องกับกำลังคน
- Prioritization Techniques: เทคนิคการจัดลำดับความสำคัญ เช่น MoSCoW, Kano Model และ Weighted Scoring
- ฝึกวิเคราะห์และวางแผนโครงการ ด้วยรูปแบบ Scrum
- ฝึกปฏิบัติจากตัวอย่าง ที่วิทยากรจัดเตรียม
- ผู้เข้าอบรมนำเสนอแผนงาน และรับข้อเสนอแนะจากวิทยากร
- การวางแผนจัดหาทรัพยากร ให้เชื่อมโยงกับแผนงานโครงการ ตามกรอบเวลา (Project Procurement Plan)
- การใช้ Kraljic Matrix เป็นเครื่องมือในการวางแผน การจัดหาทรัพยากร
- การวางแผนและกำหนดจำนวนบุคลากร ที่จำเป็นในแต่ละกิจกรรม ให้เหมาะสมกับขอบเขต และระยะเวลาของโครงการ
- Business Value Assessment: การประเมินคุณค่าทางธุรกิจ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของงาน และการใช้ทรัพยากร
- Cost Estimation: การประมาณค่าใช้จ่ายโครงการ ทั้งแบบโดยประมาณและแบบละเอียด เช่น ค่าพัฒนาระบบ ค่าบุคลากร และค่าเครื่องมือ
- Project Budgeting: กลยุทธ์การตั้งงบประมาณโครงการ และการตั้งงบสำรอง
- Cost Control: การติดตามค่าใช้จ่ายจริง เปรียบเทียบกับงบประมาณ เพื่อควบคุมไม่ให้เกิด ค่าใช้จ่ายเกินแผน
- การรายงานสถานะโครงการ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ของผู้บริหาร
- การใช้เครื่องมือ Earned Value และ Forecasting ในการติดตามและคาดการณ์ สถานะด้านการเงินของโครงการ
- ผู้เข้าอบรมวิเคราะห์โครงการ ที่กำลังดำเนินการอยู่จริง
- วิเคราะห์ปัญหาด้าน การประมาณการค่าใช้จ่าย การจัดหาทรัพยากร และการตั้งงบประมาณ
- ผู้เข้าอบรมนำเสนอ ผลการวิเคราะห์งบประมาณ และแนวทางการดำเนินงาน
- วิทยากรให้ข้อเสนอแนะ ต่อผลการวิเคราะห์
- วิทยากรสรุปสิ่งที่ได้จากการอบรม และตอบข้อซักถาม
Ready to join our knowledge castle?
Find the right program for your organization and achieve your goals today
