In-House Training Courses
หลักสูตรการบริหารโครงการอย่างเป็นระบบสำหรับทีมงานข้ามสายงาน
(Project Management Essential for Cross Functional Team)
ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม
การดำเนินโครงการดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถด้านเทคโนโลยี เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความเข้าใจ เป้าหมายทางธุรกิจ การประสานงานระหว่างทีมงาน ที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน และการบริหารโครงการอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่ การสื่อสารระหว่างทีม Business, Creative/Content และ Tech/Dev ที่ไม่ตรงกัน ความต้องการของโครงการไม่ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงขอบเขตงานระหว่างดำเนินการ รวมถึงการติดตามความคืบหน้าและการบริหาร ความเสี่ยงที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงการล่าช้า และใช้งบประมาณเกินกำหนด
การฝึกอบรมนี้จึงมุ่งพัฒนาความสามารถ ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีม โดยสร้าง Mindset และ Common Language ที่ช่วยให้บุคลากรเข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจร่วมกัน และสามารถแปลงแนวคิดหรือความต้องการของลูกค้า ให้เป็น Requirements ที่ชัดเจน และนำไปปฏิบัติได้จริง
ผู้เรียนจะได้ฝึกทำงานด้วย Agile & Scrum วางแผนระยะสั้น (Sprint) และเรียนรู้เทคนิคการจัดลำดับความสำคัญ ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัล เพื่อบริหารงาน ติดตามสถานะ ตรวจสอบปัญหาคอขวด และจัดสรรภาระงาน ให้เหมาะสม
นอกจากนี้ยังเรียนรู้การบริหารความเสี่ยง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบ ต่อความสำเร็จของโครงการ โดยเน้นการเรียนรู้ผ่าน Workshop จากโจทย์ทางธุรกิจจริง เพื่อยกระดับความสามารถขององค์กร ในการส่งมอบโครงการดิจิทัล ที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจได้ตามเป้าหมาย
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
- เพื่อประยุกต์ใช้แนวคิด Agile และการจัดลำดับความสำคัญ ในการส่งมอบงานอย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพ
- เพื่อสร้างมาตรฐานและภาษาเดียวกัน ในการบริหารโครงการข้ามสายงาน (Cross-Functional)
- ผู้เข้าอบรมสามารถนำการวางแผนโครงการ ไปใช้งานจริงได้ทันที
เนื้อหาหลักสูตร (Course Outline)
Project Mindset, Business Requirements และการบริหารความเสี่ยง
- เข้าใจว่าโครงการคืออะไร และเป็นงานภายใต้เวลา และขอบเขตที่จำกัด
- ทำความเข้าใจกระบวนการจัดการโครงการ ให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันก่อน
- การควบคุมวงจรชีวิตโครงการ ทั้ง 5 ขั้นตอน (Project Life Cycle)
- ลักษณะเฉพาะของ Digital Project และแนวทางวางแผนโครงการ เช่น Requirements ที่เปลี่ยนแปลงได้ ผลลัพธ์ที่ขึ้นอยู่กับการยอมรับของผู้ใช้ และความไม่แน่นอนด้านเทคโนโลยี
- การพึ่งพาข้อมูลและการเชื่อมโยง หลายระบบในโครงการดิจิทัล
- การทำงานกับ Cross-Functional Team ซึ่งผู้ร่วมงานมีความแตกต่าง ด้านเป้าหมาย วิธีการทำงาน การวัดผล และความรู้ความเข้าใจ
- การประสานงานระหว่างทีม Creative/Content, Tech/Dev และ Business
- การทำความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า เพื่อแปลงไอเดียธุรกิจ เป็น Requirements ทางเทคนิค ได้อย่างแม่นยำ
- เทคนิคการถอด Business Stories to Technical Requirements
- ศึกษาตัวอย่างและกรณีศึกษาโครงการจริง เพื่อเตรียมวิเคราะห์โครงการของตนเอง
นำโจทย์โครงการจริงมาวิเคราะห์ โดยใช้ Template คำถามจากวิทยากร เพื่อเชื่อมโยงความต้องการทางธุรกิจ เข้ากับข้อกำหนดทางเทคนิค
- ธุรกิจต้องการบรรลุเป้าหมายอะไร จากโครงการนี้?
- ปัญหาที่แท้จริงของธุรกิจคืออะไร และมีสาเหตุเกิดจากอะไร?
- ปัญหาส่งผลกระทบต่อต้นทุน รายได้ เวลา หรือคุณภาพอย่างไร?
- กระบวนการทำงานในปัจจุบัน (As-Is Process) เป็นอย่างไร?
- จุดใดของกระบวนการทำงาน ที่เป็น Pain Point มากที่สุด?
- ผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ หลังดำเนินโครงการคืออะไร?
- ระบบต้องมีฟังก์ชันอะไรบ้าง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ?
- ระบบต้องมีข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถืออย่างไร?
- ระบบต้องเชื่อมต่อกับระบบเดิม หรือฐานข้อมูลใดบ้าง?
- วิเคราะห์บริบทโครงการจริง เพื่อให้สามารถนำผลไปใช้งานได้ทันที
- ระบุ Technical Requirements ที่เฉพาะเจาะจง โดยเชื่อมโยงกับ Business Requirements
- ทีม Creative/Content, Tech/Dev และ Business Analyst วิเคราะห์ร่วมกันจากมุมมองของทุกฝ่าย
- ผู้เข้าอบรมนำเสนอผลการวิเคราะห์ และรับข้อเสนอแนะจากวิทยากร
เมื่อคุณเป็นผู้จัดการโครงการ ต้องทำอะไรบ้าง? ผู้จัดการโครงการต้องเข้าใจ 7 หัวใจสำคัญของการบริหารโครงการ
- Project Governance: การวางโครงการให้มีแนวทาง และการตัดสินใจที่ชัดเจน
- Project Scope: การกำหนดและควบคุมขอบเขตงาน
- Project Stakeholders: การบริหารผู้เกี่ยวข้องและความคาดหวัง
- Project Risk: การบริหารความเสี่ยง และเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอน
- Project Schedule: การวางแผนและควบคุมระยะเวลา
- Project Resources: การบริหารบุคลากรและทรัพยากร
- Project Finance: การบริหารงบประมาณ และการเงินของโครงการ
- การระบุเหตุการณ์เสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นในโครงการ
- วิเคราะห์โอกาสเกิดและผลกระทบ ของความเสี่ยง เพื่อจัดลำดับความสำคัญ
- วิธีการวางแผนป้องกัน และแก้ไขเมื่อเกิดเหตุการณ์เสี่ยง
- Requirement Risk: ความต้องการของผู้ใช้เปลี่ยนแปลงบ่อย
- Technology Risk: เทคโนโลยีที่เลือกใช้ ไม่สามารถทำงานได้ตามที่คาดหวัง
- Cybersecurity Risk: ระบบถูกโจมตี หรือข้อมูลรั่วไหล
- Integration Risk: ระบบใหม่ไม่สามารถเชื่อมต่อ กับระบบเดิมได้อย่างสมบูรณ์
- People Risk: ขาดบุคลากรที่มีทักษะ ด้านเทคโนโลยีที่จำเป็น
- User Adoption Risk: ผู้ใช้งานไม่ยอมรับระบบใหม่
- Vendor Risk: ผู้ให้บริการเทคโนโลยี ส่งมอบงานล่าช้าหรือยุติการให้บริการ
- Performance Risk: ระบบทำงานช้า เมื่อมีผู้ใช้งานพร้อมกัน
- Compliance Risk: ระบบไม่เป็นไปตามกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- Business Continuity Risk: ระบบหยุดทำงานจนกระทบ ต่อการดำเนินธุรกิจ
- AI Risk: AI สร้างข้อมูลผิดพลาด มีอคติ หรือให้ผลลัพธ์ ที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ผู้เข้าอบรมระบุความเสี่ยงสำคัญ จากโครงการจริงที่กำลังดำเนินการ
- ใช้โครงการที่วิเคราะห์ จาก Workshop แรก เป็นกรณีศึกษาต่อเนื่อง
- ระบุความเสี่ยง และวิธีการป้องกัน ที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์
- กำหนดแนวทางแก้ไข เมื่อเกิดเหตุการณ์เสี่ยง
- ฝึกวิเคราะห์ผ่าน Template ที่วิทยากรจัดเตรียม
- ผู้เข้าอบรมนำเสนอผลการวิเคราะห์ และรับข้อเสนอแนะจากวิทยากร
Agile & Scrum และการควบคุมโครงการด้วย Digital Tools
- ขั้นตอนการทำงานด้วย Agile & Scrum ให้เห็นภาพรวมทั้งหมด
- Product Backlog: รวบรวมและจัดลำดับความต้องการ ของลูกค้าและธุรกิจ
- Sprint Planning: เทคนิควางแผนงานใน Sprint และกำหนด Sprint Goal
- เทคนิคจัดลำดับความสำคัญ ทำให้น้อยแต่ได้ผลมาก (MVP)
- การใช้ Kanban Board และ Burndown Chart
- Sprint Execution: การพัฒนาและทดสอบ ในรอบการทำงาน 1–4 สัปดาห์ ตามแนวทางในหลักสูตร
- Daily Scrum: การประชุมสั้นทุกวัน เพื่อติดตามสิ่งที่ต้องทำ
- Sprint Review: ทบทวนผลงานและรับ Feedback จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
- Sprint Retrospective: ทบทวนกระบวนการทำงาน เพื่อหาแนวทางปรับปรุงทีม
- Backlog Refinement: ทบทวนรายละเอียด และจัดลำดับ Product Backlog
- ลูกค้าเปลี่ยนความต้องการบ่อย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ข้อมูลไม่ตรงกัน
- ทีมประเมินเวลาทำงาน ต่ำกว่าความเป็นจริง หรือรับงานเกินกำลัง
- ผู้บริหารต้องการทุกฟังก์ชัน ตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้เลือกสิ่งที่จำเป็นที่สุดได้ยาก
- ทีมไม่อัปเดตสถานะงานตามจริง
- งานติดค้างเพราะรอข้อมูล รออนุมัติ หรือพึ่งพาทีมอื่น
- สมาชิกเพียงรายงานความคืบหน้า แต่ไม่เปิดเผยปัญหาหรืออุปสรรค ที่แท้จริง
- ลูกค้าไม่เข้าร่วมทบทวนงาน หรือให้ Feedback เมื่อการพัฒนาไปไกลแล้ว
- ทีมพูดถึงปัญหาซ้ำ ๆ แต่ไม่มีผู้รับผิดชอบ นำแนวทางแก้ไขไปดำเนินการ
- ผู้เข้าอบรมนำโครงการจริง มาฝึกวางแผนการดำเนินงาน
- เริ่มตั้งแต่ User Stories เพื่อระบุความต้องการของโครงการ
- จัดทำ Product Backlog และจัดลำดับความสำคัญ
- ฝึก Sprint Planning เพื่อเลือกงานและวางแผน
- เชื่อมโยงแผนงานกับ Kanban Board และ Burndown Chart
- ฝึกปฏิบัติผ่าน Template ที่วิทยากรจัดเตรียม
- ผู้เข้าอบรมนำเสนอผลการวางแผน และรับข้อเสนอแนะจากวิทยากร
ผู้เข้าอบรมนำโครงการจริงมาฝึกใช้ เครื่องมือบริหารโครงการ หากผู้เรียนมีจำนวนมาก สามารถแบ่งเป็นกลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มมีผู้ใช้หนึ่งคน เป็นผู้ควบคุมหน้าจอ เพื่อฝึกปฏิบัติร่วมกัน
- Project Setup: การสร้าง Project
- Product Backlog Management: การรวบรวมและจัดการ Backlog
- Sprint Planning: การกำหนด Sprint Goal เลือกงาน และวางแผนงาน
- Kanban Board: การสร้างกระดานงาน To Do, In Progress และ Done
- Task Assignment & Workload: การมอบหมายงาน กำหนดผู้รับผิดชอบ และติดตามภาระงาน
- Progress Tracking: การติดตามความคืบหน้าของงาน
- Burndown Chart & Reports: การใช้กราฟและรายงาน เพื่อติดตาม Sprint
- Bottleneck & Blocker Management: การระบุงานติดขัด งานค้าง และสาเหตุที่ทำให้การทำงานล่าช้า
- Dashboard: การสร้าง Dashboard เพื่อติดตามสถานะโครงการ
- Team Collaboration & Notifications: การใช้ Comment, Mention, Attachment และ Notification เพื่อสื่อสารภายในทีม
- ฝึกใช้เครื่องมือบริหารโครงการ จากงานจริงของผู้เข้าอบรม
- ทดลองสร้างและจัดการงาน รวมถึงมอบหมายผู้รับผิดชอบ
- ฝึกติดตามความคืบหน้า และตรวจสอบงานที่ติดขัด
- ผู้เข้าอบรมนำเสนอผลการฝึกปฏิบัติ และรับข้อเสนอแนะจากวิทยากร
- วิทยากรสรุปสิ่งที่ได้จากการอบรม และตอบข้อซักถาม
Ready to join our knowledge castle?
Find the right program for your organization and achieve your goals today
