การทำงานที่ดี ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง แต่ต้องการคนที่คิดและตัดสินใจเป็น

การทำงานที่ดี ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง แต่ต้องการคนที่คิดและตัดสินใจเป็น

การทำงานที่ดี ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง
แต่ต้องการคนที่คิดและตัดสินใจเป็น

ในโลกการทำงาน เราถูกคาดหวังให้ตัดสินใจเร็ว แก้ปัญหาเร็ว

และสร้างผลลัพธ์ให้เร็ว แต่ความเร็วไม่ได้รับประกันคุณภาพของการตัดสินใจเสมอไป

หลายปัญหาในองค์กรไม่ได้เกิดจากคนไม่มีความสามารถ

แต่เกิดจากการรีบแก้ปัญหาก่อนที่จะเข้าใจว่า “ปัญหาจริงคืออะไร”

เมื่อยอดขายลด เรารีบเปลี่ยนกลยุทธ์ เมื่อโครงการล่าช้า

เรารีบเร่งทีม เมื่อคนทำงานผิดพลาด เรารีบหาคนรับผิดชอบ และเมื่อลูกค้าไม่พอใจ

เรารีบหาวิธีตอบกลับ แต่ถ้าเรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริง

การลงมืออย่างรวดเร็วอาจทำให้เราแก้ผิดจุด และบางครั้งสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

การตัดสินใจในการทำงานอย่างมีวุฒิภาวะจึงควรเริ่มจากการรับความเป็นจริง

เราต้องถามว่า ข้อเท็จจริงคืออะไร เรามีข้อมูลอะไร และอะไรเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

การแยก Fact ออกจาก Opinion เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญมาก

เพราะผู้บริหารจำนวนไม่น้อยไม่ได้ตัดสินใจจากข้อมูลโดยตรง แต่ตัดสินใจจาก

“การตีความข้อมูล” โดยไม่รู้ตัว

ทีมงานกำลังวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจอย่างเป็นระบบ

หลังจากนั้นต้องค้นหาปัญหาที่แท้จริง ปัญหาที่เห็นอาจไม่ใช่ต้นเหตุ

พนักงานทำงานช้าอาจไม่ได้แปลว่าพนักงานไม่มีประสิทธิภาพ

แต่อาจเกิดจากกระบวนการที่ซับซ้อน เป้าหมายไม่ชัด ระบบไม่สนับสนุน

หรือผู้บริหารเปลี่ยนคำสั่งบ่อย การตั้งโจทย์ผิดตั้งแต่ต้น ย่อมนำไปสู่การแก้ปัญหาผิดเรื่อง

แม้จะใช้เครื่องมือบริหารที่ดีเพียงใดก็ตาม

การบริหารงาน ต้องเริ่มจากการบริหารตนเอง

แต่การทำงานมีอีกมิติหนึ่งที่มักถูกมองข้าม คือ “ตัวเราเอง”

เพราะผู้ตัดสินใจไม่ได้เป็นเครื่องจักร เรามีความกลัว ความคาดหวัง ประสบการณ์เดิม

ความชอบส่วนตัว ความสัมพันธ์ และอคติของเราเอง

ผู้บริหารจึงต้องสามารถถามตัวเองได้ว่า ฉันกำลังเลือกทางนี้เพราะมันดีที่สุดสำหรับงานจริง

ๆ หรือเพราะฉันไม่อยากเสียหน้า? ฉันกำลังปฏิเสธข้อเสนอของทีมเพราะข้อมูลไม่ดีพอ

หรือเพราะมันไม่ใช่ความคิดของฉัน? ฉันกำลังเร่งงานเพราะจำเป็นจริง ๆ

หรือเพราะตัวเองกำลังกังวล?

นี่คือจุดที่การบริหารงานเชื่อมกับการบริหารตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากนั้นต้องกลับมากำหนดความรับผิดชอบให้ชัดว่า

ในสถานการณ์นี้อะไรคือส่วนที่เราต้องรับผิดชอบ เรามีอำนาจตัดสินใจเรื่องใด

เรื่องใดต้องหารือกับผู้อื่น และเรื่องใดอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา

ผู้บริหารที่ดีไม่ใช่คนที่เข้าไปควบคุมทุกเรื่อง แต่เป็นคนที่รู้ว่าเรื่องไหนควรรับผิดชอบ

เรื่องไหนควรมอบหมาย และเรื่องไหนต้องปล่อยให้ผู้รับผิดชอบได้ทำหน้าที่ของเขา

การตัดสินใจที่ดี ต้องมองมากกว่าผลลัพธ์ระยะสั้น

เมื่อถึงขั้นพิจารณาทางเลือก เราก็ไม่ควรถามเพียงว่า

“ทางไหนทำกำไรมากที่สุด?” หรือ “ทางไหนเร็วที่สุด?” แต่ต้องพิจารณาหลายด้านพร้อมกัน

ทั้งผลลัพธ์ระยะสั้น ผลกระทบระยะยาว ลูกค้า ทีมงาน ความเสี่ยง คุณค่าขององค์กร

และความไว้วางใจที่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากการตัดสินใจนั้น

การตัดสินใจที่ดีจึงไม่ใช่การเลือกสิ่งที่ไม่มีข้อเสีย

เพราะในโลกจริงแทบไม่มีทางเลือกเช่นนั้น แต่คือการมองเห็นทั้งประโยชน์ ราคา

และผลกระทบของแต่ละทาง แล้วเลือกอย่างมีเหตุผลและรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตามมา

ทีมงานร่วมกันพิจารณาทางเลือกและวางแผนการตัดสินใจ

จากการตัดสินใจ สู่การลงมือทำ

เมื่อเลือกแล้ว สิ่งสำคัญคือการลงมือทำ หลายองค์กรไม่ได้ขาดความคิด

แต่ขาดการเปลี่ยนความคิดให้เป็นการกระทำ การตัดสินใจจึงควรลงท้ายด้วยคำถามง่าย ๆ

ว่า “สามสิ่งแรกที่เราจะทำคืออะไร ใครเป็นคนทำ และจะเริ่มเมื่อไร”

เพราะถ้าไม่มีการแปลงการตัดสินใจเป็นพฤติกรรม สิ่งที่เรียกว่าแผนก็ยังเป็นเพียงความตั้งใจ

ในขณะเดียวกัน คนทำงานต้องเรียนรู้ว่าไม่ใช่ทุกอย่างจะเห็นผลทันที

บางเรื่องต้องใช้เวลา เราจึงต้องแยกให้ออกระหว่าง “การรออย่างมีความหมาย” กับ

“การไม่ทำอะไร” การรอที่ดีคือการติดตามตัวชี้วัด เตรียมทางเลือก พัฒนาความพร้อม

และกำหนดจุดที่จะกลับมาทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง

“การรออย่างมีความหมาย”

ไม่เหมือนกับ

“การไม่ทำอะไร”

ผลลัพธ์ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ต้องประเมิน

ท้ายที่สุด เมื่อผลลัพธ์เกิดขึ้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงถามว่า

“สำเร็จหรือไม่สำเร็จ” แต่ต้องถามว่า “เราเรียนรู้อะไร?” เพราะการตัดสินใจที่ดีอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีได้จากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

และการตัดสินใจที่ไม่ดีบางครั้งก็อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีจากความโชคดีได้

หากองค์กรประเมินเฉพาะผลลัพธ์โดยไม่ทบทวนกระบวนการคิด

องค์กรจะไม่เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง

นี่คือเหตุผลที่การพัฒนาคนทำงานไม่ควรหยุดอยู่ที่การเพิ่ม Knowledge

และ Skills เท่านั้น

แต่ต้องพัฒนาความสามารถในการมองความจริง รู้จักตนเอง แยกแยะ รับผิดชอบ ตัดสินใจ

ลงมือทำ และเรียนรู้จากผลที่เกิดขึ้น

เพราะในระยะยาว องค์กรไม่ได้ต้องการเพียงคนที่ “ทำงานเป็น”

แต่ต้องการคนที่ “คิดเป็น ตัดสินใจเป็น รับผิดชอบเป็น และเรียนรู้เป็น”

และเมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ การทำงานก็ไม่ได้เพียงสร้างผลงาน

แต่กำลังสร้างคนที่องค์กรสามารถไว้วางใจให้รับผิดชอบเรื่องที่ใหญ่ขึ้นและยากขึ้นได้ในอนาคตด้วย

เกี่ยวกับผู้เขียน

อาจารย์ ไกรกิติ ทิพกนก

Languages: EN I TH

บทความน่าสนใจ

Find the course that interests you!

ค้นหาหลักสูตรที่ใช่ เพื่อพัฒนาศักยภาพในตัวคุณ
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Ready to join our knowledge castle?

Find the right program for your organization and achieve your goals today

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save