ปัจจัยที่ส่งผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ราคา

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ราคา

Pricing Strategy (2): ปัจจัยที่ส่งผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ราคา

"ราคาที่ดี ไม่ได้แค่ทำให้ขายได้ แต่ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจคุณค่า และทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน"

เบื้องหลังตัวเลข: เรากำลังตั้งราคา...เพื่ออะไร?

ในบทความตอนแรก เราได้พูดถึงแนวคิดสำคัญที่ว่า “ราคาคือเครื่องมือเชิงกลยุทธ์” ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่วางไว้บนป้ายสินค้า การตั้งราคาที่ชาญฉลาด จึงไม่ใช่แค่การ “ตั้งให้ขายได้” แต่คือการตั้งให้ ตอบเป้าหมายของแบรนด์ (JTBD - Job to Be Done) ไม่ว่าจะเป็นการทดลองสินค้าใหม่ ดึงดูดลูกค้าให้ขยับไซส์ หรือกันไม่ให้หลุดไปหาคู่แข่ง

แต่คำถามที่หลายคนยังสงสัยคือ… “แล้วเราควรพิจารณาอะไรบ้าง ก่อนจะเลือกกลยุทธ์ราคาที่ใช่?”

🎯คำตอบอยู่ที่ 5 ปัจจัยสำคัญด้านล่างนี้

ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า
1

ความคาดหวังของผู้ซื้อ (Shopper Expectations)

ผู้ซื้อไม่ได้มอง “ราคาถูก” เป็นคำตอบเสมอไป แต่เขามองว่า...สิ่งที่จ่ายไป คุ้มค่าแค่ไหนกับสิ่งที่ได้กลับมา ลูกค้าจะซื้อสินค้าที่เขาเห็นว่าคุณค่า (Value) ที่ได้นั้น คุ้มค่ากับราคา (Price) ที่ต้องจ่าย กลุ่มหนึ่งอาจยอมจ่ายแพง หากสินค้านั้นให้ภาพลักษณ์หรูหรา อีกกลุ่มอาจมองหาโปรแรง ๆ หรือส่วนลดจำนวนมาก การตั้งราคาโดยไม่เข้าใจความคาดหวังของลูกค้า เป้าหมายก็เหมือนยิงธนูในความมืด – อาจโดน แต่โอกาสพลาดมีสูง

คำถาม:

  • ลูกค้ามองว่าสินค้าเรามี "คุณค่า" แค่ไหน?
  • จุดไหนคือ “ความคุ้ม” ที่เขามองหา?
  • เขาเทียบเรากับใคร?
2

ตำแหน่งของแบรนด์ในตลาด (Brand Positioning)

แบรนด์ที่ดี…ไม่ได้แค่ขายของ แต่ “ยืนอยู่ในใจลูกค้าอย่างมีจุดยืน” และราคาก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สื่อสารจุดยืนนั้นได้ดีที่สุด หากคุณเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม การตั้งราคาต่ำเกินไป อาจทำลายภาพลักษณ์โดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าคุณเน้น Mass หรือ Value for Money ราคาต้องสะท้อน “ความคุ้ม” อย่างชัดเจน

ตัวอย่าง: Apple ไม่ได้ตั้งราคาถูก แต่ลูกค้าก็ยังซื้อ เพราะราคานั้นสอดคล้องกับแบรนด์ที่ให้คุณค่าเรื่องนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์

3

โครงสร้างตลาดและการแข่งขัน (Market Structure & Competition)

คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในตลาด ราคาของคุณ…กำลังถูกเปรียบเทียบอยู่ตลอดเวลา ในตลาดที่มีคู่แข่งจำนวนมาก (Red Ocean) กลยุทธ์ราคามักต้อง “ตอบโต้” และ “ป้องกัน” อย่างชาญฉลาด ในขณะที่ตลาดนวัตกรรมใหม่ (Blue Ocean) คุณมีอิสระในการตั้งราคาสูงขึ้น หากสามารถสร้าง “คุณค่าใหม่” ที่ลูกค้าเห็น

คำถาม:

  • คู่แข่งราคาประมาณไหน?
  • ลูกค้าเปรียบเทียบคุณกับแบรนด์ใด?
  • สินค้าคุณแตกต่างและดีกว่าอย่างไร?
4

ความยืดหยุ่นของราคา (Price Elasticity)

สินค้าแต่ละชนิดมีระดับ “ความอ่อนไหวต่อราคา” ไม่เท่ากัน บางสินค้า…ลดราคานิดเดียว ยอดขายพุ่ง แต่บางสินค้า…ต่อให้ลดเยอะแค่ไหน ยอดขายก็ไม่ขยับ เข้าใจ “Price Elasticity” จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันช่วยให้คุณเลือกกลยุทธ์ได้แม่นยำ เช่น ควรลดราคาเพื่อเร่งยอด หรือควรรักษาราคาไว้เพื่อเน้นกำไร

➡️ในตอนถัดไป เราจะเจาะลึกว่า ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อการตั้งราคา ตั้งแต่ความคาดหวังของลูกค้า ตำแหน่งของแบรนด์ ไปจนถึงโครงสร้างตลาด และเราจะเลือกใช้กลยุทธ์ราคาต่าง ๆ อย่างไร เพื่อให้ Job to Be Done ของเราสำเร็จได้จริง

เกี่ยวกับผู้เขียน

อาจารย์ วิโรจน์ สิทธิสรเดช

Languages: EN I TH

Ready to join our knowledge castle?

Find the right program for your organization and achieve your goals today

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save