Signature Course KCT
หลักสูตร ผู้จัดการสู่ผู้นำอนาคต
(KCT Human Formation for Visionary Leaders)
12-13,26-27 พ.ย. 2569
สถานที่ : สถาบัน KCT Academy
ในบริบทที่ธุรกิจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ พฤติกรรมผู้บริโภค โครงสร้างประชากร สังคม และความคาดหวังของบุคลากร องค์กรไม่สามารถพึ่งพาผู้จัดการที่บริหารงานประจำวัน และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เพียงอย่างเดียว
องค์กรต้องการผู้จัดการที่สามารถยกระดับตนเองเป็น “ผู้นำที่มองไกล” ซึ่งมองเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนที่ผลกระทบจะมาถึง เข้าใจความหมายของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น กำหนดทิศทางที่เหมาะสม และนำทีมให้พร้อมต่ออนาคต
การเป็นผู้นำที่มองไกล (Visionary Leader) ไม่ได้หมายถึงการคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ หรือมีความคิดที่ยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความสามารถในการ
- มองเห็นสัญญาณและการเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัว
- เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายด้านและมองเห็นภาพรวม
- ตีความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีความหมายต่อองค์กรอย่างไร
- มองเห็นทั้งความเสี่ยงและความเป็นไปได้ใหม่
- กำหนดภาพอนาคตที่ชัดเจน มีคุณค่า และเป็นไปได้
- แปลงวิสัยทัศน์ให้เป็นประเด็นสำคัญและการลงมือทำ
- สื่อสารให้คนเข้าใจ เชื่อมโยง และเห็นบทบาทของตนเอง
- ตัดสินใจอย่างรอบด้านภายใต้ความไม่แน่นอน
- นำทีมผ่านการเปลี่ยนแปลงโดยไม่สูญเสียทิศทาง
- รับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับงาน คน และองค์กร
หลักสูตรนี้ใช้กรอบการพัฒนามนุษย์ของ KCT (KCT Human Formation Framework) เป็นกรอบหลักในการพัฒนา โดยไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้เรียนมีความรู้เรื่องภาวะผู้นำ แต่ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนา “วิธีมอง วิธีคิด วิธีตัดสินใจ และวิธีนำผู้คน” ผ่านประสบการณ์ การทบทวน การเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ และการนำไปใช้กับสถานการณ์จริง
1. มองเห็นสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง (Seeing)
2. ตีความและกำหนดทิศทางได้ (Sensemaking and Direction)
3. นำคนให้ร่วมสร้างอนาคตนั้นได้จริง (Mobilizing People)
หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับผู้จัดการจากผู้รับผิดชอบงานประจำ ไปสู่ผู้นำที่สามารถมองเห็นอนาคต กำหนดทิศทาง ตัดสินใจอย่างรอบคอบ และขับเคลื่อนผู้คนให้เกิดผลลัพธ์ร่วมกัน โดยใช้กรอบการพัฒนามนุษย์ของ KCT (KCT Human Formation Framework Universal) เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาผู้จัดการ
หลักสูตรไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้เรียนมีความรู้หรือสามารถใช้เครื่องมือบริหารจัดการ แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิธีคิด วิจารณญาณ วุฒิภาวะ คุณค่า และพฤติกรรมของผู้นำ เพื่อให้ความสามารถที่เรียนรู้ได้รับการนำไปใช้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาความสามารถในการอ่านบริบทและแรงเปลี่ยนแปลง ตีความข้อมูลที่ซับซ้อน มองเห็นโอกาสและความเสี่ยง สร้างภาพอนาคต และกำหนดทิศทางที่ชัดเจนสำหรับทีมและหน่วยงาน
หลักสูตรจึงเชื่อมโยงความรู้และเครื่องมือด้านการบริหาร เข้ากับการตระหนักรู้ในตนเอง ความรับผิดชอบ คุณค่า เป้าหมาย และผลกระทบที่เกิดจากการตัดสินใจ เพื่อสร้างผู้นำที่มีทั้งความสามารถ และความน่าไว้วางใจ โดยใช้โจทย์จริงจากการทำงานเป็นฐานของการพัฒนา
กระบวนการเรียนรู้ใช้กลไกการพัฒนา (Formation Engine) ซึ่งประกอบด้วย ประสบการณ์ การทบทวน การเรียนรู้ การพิจารณาอย่างรอบด้าน การตัดสินใจ การฝึกปฏิบัติ ข้อมูลป้อนกลับ การสร้างนิสัย และการแสดงออกผ่านตัวตน เพื่อให้การเรียนรู้พัฒนาไปสู่พฤติกรรมการนำที่สังเกตได้ และยกระดับคุณภาพการตัดสินใจในสถานการณ์ซับซ้อน
นอกจากนี้ ผู้เรียนจะได้ใช้กระบวนการพิจารณาตัดสินใจของผู้นำ (Leadership Discernment Process) และเส้นทางพัฒนาการของภาวะวิกฤต (Crisis Trajectory) เพื่อวิเคราะห์ข้อเท็จจริง สมมติฐาน ผู้เกี่ยวข้อง คุณค่า ความเสี่ยง และผลกระทบระยะยาวก่อนตัดสินใจ
ตลอดหลักสูตร ผู้เรียนจะจัดทำเครื่องมือและแผนงานที่เชื่อมโยงกับบทบาทของตนเอง เช่น แผนที่ภาพอนาคต แผนเปลี่ยนผ่านภาวะผู้นำ แผนขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ บันทึกการตัดสินใจ และวาระผู้นำเพื่อขับเคลื่อนอนาคต 90 วัน
- เปลี่ยนมุมมองจากผู้จัดการที่บริหารงานประจำวัน สู่ผู้นำที่รับผิดชอบอนาคตของทีม
- วิเคราะห์แรงเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อธุรกิจ ลูกค้า บุคลากร และรูปแบบการทำงาน
- สังเกตสัญญาณเตือน ความเสี่ยง และโอกาสใหม่ที่กำลังก่อตัว
- เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายด้าน และตีความสถานการณ์ได้อย่างเป็นระบบ
- สร้างภาพอนาคตที่ชัดเจน มีความหมาย และเชื่อมโยงกับทิศทางองค์กร
- แปลงวิสัยทัศน์ให้เป็นประเด็นสำคัญ เป้าหมาย และการลงมือทำ
- สื่อสารทิศทางให้ทีมเข้าใจ และมองเห็นบทบาทของตนเอง
- สร้างความร่วมมือและความเป็นเจ้าของ ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
- ใช้กระบวนการคิดพิจารณาสำหรับผู้นำ ก่อนตัดสินใจในเรื่องสำคัญ
- ประเมินทิศทาง ความรุนแรง ความเสี่ยง และผลกระทบของสถานการณ์
- นำทีมผ่านความไม่แน่นอน แรงต้าน และการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
- จัดทำวาระผู้นำระยะ 90 วัน ที่สามารถนำกลับไปใช้กับงานจริงได้
- ความแตกต่างระหว่างผู้จัดการที่บริหารปัจจุบัน กับผู้นำที่สร้างอนาคต
- บทบาทและความรับผิดชอบของผู้นำ ต่อเป้าหมาย คน ทรัพยากร และอนาคตขององค์กร
- การประเมินรูปแบบการนำ จุดแข็ง ข้อจำกัด และกรอบความคิดของตนเอง
- การเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นการมองเห็นความเป็นไปได้
- การสร้างความชัดเจน ความกล้าหาญ และความไว้วางใจในฐานะผู้นำ
- การกำหนดภาพของผู้นำ ที่ตนเองต้องการพัฒนาไปสู่
“จากวิธีที่ฉันกำลังบริหารอยู่ ฉันกำลังพัฒนาตนเองเป็นผู้นำแบบใด?”
(Visionary Leadership Shift Map)
- การวิเคราะห์แรงเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี AI สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้บริโภค
- การค้นหาสัญญาณเตือน ความเสี่ยง และโอกาสใหม่ที่กำลังก่อตัว
- การแยกกระแสระยะสั้น ออกจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
- การคิดเชิงระบบและการเชื่อมโยงผลกระทบ ต่อธุรกิจ ลูกค้า และบุคลากร
- การสร้างภาพอนาคตหลายรูปแบบ (Scenario Thinking)
- การระบุความสามารถที่ทีมและองค์กร ต้องเตรียมสำหรับอนาคต
“มีอะไรที่กำลังเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนั้นมีความหมายต่อทีมของเราอย่างไร?”
(Future Landscape and Scenario Map)
- การสร้างวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีความหมาย และเชื่อมโยงกับทิศทางองค์กร
- การแปลงภาพอนาคตให้เป็นประเด็นสำคัญ เป้าหมาย และลำดับความสำคัญ
- การกำหนดสิ่งที่ต้องเริ่มทำ สิ่งที่ต้องเปลี่ยน และสิ่งที่ต้องหยุดทำ
- การสื่อสารวิสัยทัศน์ให้ทีมเข้าใจ และมองเห็นบทบาทของตนเอง
- การสร้างความร่วมมือ ความเป็นเจ้าของ และการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง
- การกำหนดโครงการทดลอง และตัวชี้วัดความก้าวหน้า
“เราจะทำให้ภาพอนาคตกลายเป็นทิศทาง ที่คนเข้าใจและร่วมลงมือทำได้อย่างไร?”
(Vision-to-Action Map)
- การแยกแยะปัญหาทั่วไป ความซับซ้อน ความไม่แน่นอน และวิกฤต
- การใช้กระบวนการคิดพิจารณาสำหรับผู้นำ (Leadership Discernment Process)
- การใช้กรอบวิเคราะห์ทิศทางและความรุนแรงของสถานการณ์ (Crisis Trajectory Framework)
- การประเมินข้อมูล ทางเลือก ผู้เกี่ยวข้อง ความเสี่ยง และผลกระทบระยะยาว
- การตัดสินใจและสื่อสารทิศทาง เมื่อข้อมูลยังไม่ครบถ้วน
- การนำทีมผ่านแรงต้าน พร้อมจัดทำวาระผู้นำระยะ 90 วัน
“ภายใต้ข้อจำกัดและความไม่แน่นอน ทางเลือกใดเหมาะสมและรับผิดชอบต่ออนาคตมากที่สุด?”
(Leadership Decision Brief)
วาระผู้นำเพื่อขับเคลื่อนอนาคต 90 วัน
(90-Day Visionary Leadership Agenda)
𝐂𝐨𝐮𝐫𝐬𝐞 𝐃𝐞𝐭𝐚𝐢𝐥𝐬:
12-13,26-27 พ.ย. 2569
อัตราค่าอบรม 30000 บาท/ท่าน (พิเศษองค์กรส่งมา 2 ท่าน เพียง 28,000บาท/คน/โปรแกรม)
ติดต่อ/สอบถาม
โทร. 085-939-1593
LINE OA: https://lin.ee/qR42UBI
Email: kcta.training@gmail.com, nartiya@kctathailand.com
วิทยากรประจำหลักสูตร
Ready to join our knowledge castle?
Find the right program for your organization and achieve your goals today
