สัญญาณเตือน: เมื่อทีมของคุณเริ่มมีรอยร้าว
หากลองสำรวจทีมของคุณในรอบ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และพบว่ามีข้อใดข้อหนึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นคือสัญญาณว่าคุณต้องเริ่มกระบวนการ "ไกล่เกลี่ย" หรือ "เปิดใจคุย" ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย
สัญญาณเตือนที่ 1 : การสื่อสารที่ผิดปกติ
อาจพบว่ามีบรรยากาศในการทำงานท่ามกลางความเงียบที่อึดอัด ในที่ประชุมไม่มีการโต้ตอบ หรือไม่มีใครกล้าเสนอความเห็นที่แตกต่าง หรือถึงแม้จะมีการสื่อสารกันก็กลับเป็นการสื่อสารทางอ้อม ผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ เช่น ใช้การส่งอีเมลหรือข้อความแทนการเดินไปคุย ทั้งที่นั่งใกล้กัน ถ้าต้องมีการพูดคุยกันก็จะมีน้ำเสียงและภาษากายที่ไม่เป็นมิตร เช่น มีการชักสีหน้า ถอนหายใจ หรือใช้น้ำเสียงประชดประชันในการตอบโต้
สัญญาณเตือนที่ 2 : ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เหินห่าง
มีการแยกกลุ่มชัดเจนระหว่างเพื่อนพนักงานด้วยกัน มีการจับกลุ่มเฉพาะพวกพ้อง และกีดกันคนบางกลุ่มออกจากวงสนทนาหรือการรับประทานอาหารร่วมกัน หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพนักงานบางคนในการเข้าร่วมประชุมหรือกิจกรรมที่มี "คู่กรณี" อยู่ด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด ความรู้สึกสนุกสนาน หรือเสียงหัวเราะในทีมลดลงอย่างเห็นได้ชัด
สัญญาณเตือนที่ 3: ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
มักจะเกิดเหตุการณ์โยนความรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาด พนักงานมักจะโทษปัจจัยภายนอกหรือบุคคลอื่นทันทีแทนการหาทางแก้ไขร่วมกัน งานมักสะดุดที่ตัวบุคคลเดิมๆ โปรเจกต์ที่ต้องอาศัยการประสานงานมีความล่าช้าบ่อยครั้ง โดยมักติดขัดที่ขั้นตอนการส่งต่องาน มีพนักงานการลาหยุดบ่อยผิดปกติ มีสภาพเหมือนขาดแรงจูงใจซึ่งอาจเป็นผลมาจากความเครียดในความสัมพันธ์ และในบางครั้งก็มีการโต้เถียงเรื่องเล็กน้อยในประเด็นที่ไม่ใช่สาระสำคัญของงาน
คำแนะนำ
ควรติดตามสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด อาจจัดหาเวลาคุยแบบตัวต่อตัว เพื่อรับฟังความรู้สึกของแต่ละฝ่าย ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มฝังรากลึก และควรเข้าแทรกแซงด้วยการเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยเบื้องต้นโดยไม่ลังเลหรือปล่อยให้ปัญหาเหล่านั้นดำเนินต่อไป เพราะมันอาจจะสายเกินไปหากปัญหาเหล่านั้นมันได้พัฒนาไปสู่ข้อพิพาทหรือความขัดแย้งที่รุนแรง








