House photo created by freepik - www.freepik.com

 

 

 

เรื่องโดย

อาจารย์ไกรกิติ ทิพกนก  ผู้อำนวยการ สถาบัน KCT Academy 

 

COVID-19 ได้บังคับให้นายจ้างและลูกจ้างหลายคนเริ่มทำงานจากที่บ้าน ภายหลังจากที่รัฐบาลออกสั่งให้ปิดกิจการที่ไม่จำเป็นทั้งหมด

นั่นหมายความว่าหากสถานที่ทำงานถูกจัดให้เป็นธุรกิจที่ไม่จำเป็น ต้องหยุดกิจการ  แต่หากธุรกิจนั้นยังคงดำเนินกิจการต่อไป การทำงานจากที่บ้านจะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้

สำหรับมืออาชีพด้านทรัพยากรบุคคลหลายคน  นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะพนักงานสามารถมีคำถามเพิ่มเติมได้ทุกวันตลอดเวลา เนื่องจากการตอบสนองต่อการนำนโยบายใหม่ๆและมาตรการใหม่ของรัฐบาลมาใช้ในองค์กร ทำให้บทบาทของ HR ยากขึ้น เมื่อต้องคอยอัปเดตและให้คำแนะนำที่ควรทำล่าสุดแก่พวกเขา

แม้สถานการณ์ปัจจุบันอาจยังไม่ส่งผลต่อหน้าที่รับผิดชอบ แต่บทบาทการทำงานฟากนายจ้างอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนไป มาตรการบางอย่างที่ออกมาก่อนหน้านี้ หรือ ที่อาจเป็นไปได้ว่าจะนำมาใช้ อาจทำให้เกิดความลำบากในการทำงาน แต่เป็นไปได้ว่าการบริหารจัดการระยะไกล หรือ การทำงานจากที่บ้าน จะมีการเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แม้หลังจากภัยคุกคามจาก COVID-19 จบลง  เนื่องจากทั้งลูกจ้างและนายจ้างมีแนวโน้มที่จะคุ้นเคยกับการทำงานผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมและพบว่าการทำงานทางไกลเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

ในวาระเช่นนี้ องค์กรที่ยังคงทำงานที่ออฟฟิศตามปกติ นายจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องระมัดระวังและมีมาตรการเพื่อความปลอดภัยของคนงาน ที่อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการระบาดของโรคติดเชื้อทั่วโลกซึ่งอาจรวมถึงการให้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลแก่พนักงานและอนุญาตให้พนักงานรักษาระยะห่างจากลูกค้าหรือจากกันและกัน ต่อข้อถามที่ว่า

 “นายจ้างต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้างเมื่อใช้งาน พนักงานทำงานจากที่บ้าน?”  

กรณีเช่นนี้ นายจ้างควรพิจารณาออกนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจัดการกับเรื่องต่าง ๆ เช่น การเปิดสิทธ์ใช้ข้อมูลที่เป็นความลับให้ผู้ที่ได้รับให้ทำงานจากที่บ้าน การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าที่เป็นความลับและเพื่อจัดเก็บไฟล์ลูกค้าในที่ปลอดภัยเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตลอดจนมาตรการการลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตาม

หลายองค์กรมีมาตรการลดภาระผูกพันของนายจ้างเกี่ยวกับพนักงาน ด้วยการร้องขอให้พนักงานบางส่วนใช้สิทธิ์การลางานโดยที่ไม่ได้รับค่าจ้าง เนื่องจากการปิดตัวลงชั่วคราวในระยะแรกที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19  คาดว่ามาตรการอื่นๆลักษณะนี้ที่คล้ายกัน จะถูกนำมาใช้เพิ่มขึ้นอีกในไม่ช้า

เพื่อให้การคุ้มครองแรงงานทั้งหมด นายจ้างสามารถจำกัด พนักงานไม่ให้มาทำงาน หากพนักงานได้รับสัมผัสหรือแสดงอาการของ COVID-19

เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการเรียกร้องการเลือกปฏิบัติขอแนะนำให้มีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรที่แจกจ่ายให้กับพนักงานทุกคน นโยบายควรเป็นไปตามเกณฑ์วัตถุประสงค์ อาจระบุว่าพนักงานไม่ควรกลับไปทำงานเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันหลังจากกลับจากการเดินทางไปต่างประเทศหรือถ้าเขาหรือเธอทดสอบผลบวกสำหรับ COVID-19

หากนายจ้างตัดสินใจส่งพนักงานกลับบ้านเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพพนักงานควรได้รับการแจ้งถึงเหตุผลว่าทำไม การตัดสินใจดังกล่าวควรจัดทำเป็นเอกสารอย่างรอบคอบ นายจ้างควรระมัดระวังในการปกป้องข้อมูลทางการแพทย์ส่วนบุคคลของพนักงานในขอบเขตที่เป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ดีสิ่งนี้ก็เสี่ยงกับการดำเนินงานขององค์กรที่สะดุดไประยะหนึ่งจนกว่าจะมีการ Re- Engineering องค์กรใหม่ที่เหมาะสมเกิดขึ้น

ซึ่งในระยะนี้ ควรให้ความสนใจพวกเครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและการเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงาน,ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง(Stakeholder) แต่ละกลุ่ม ว่าพวกเขาเหล่านั้นพาตนเองผ่านสภาพแวดล้อมของสถานการณ์นี้ไปอย่างไร เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะใช้ ทักษะการบริหารบุคคล,เทคโนโลยีและจุดแข็งขององค์กรเป็นหลักในการช่วยเหลือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกๆส่วน

ในอีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์นี้ป็นบทเรียนที่ดีสำหรับพนักงานและผู้บริหารตลอดจนเจ้าของกิจการที่จะได้ฝึกความรับผิดชอบและเพิ่มความรู้สึกความเป็นเจ้าของเมื่อต้องฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

Please follow and like us:
SHARE