เรื่องโดย 

อ.ไกรกิติ ทิพกนก   “สุดยอดนักบริหาร นักจัดการรุ่นใหม่”

หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก. ก้องมหาสมุทร และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรม KCT Academy 

 

 

ผมทิ้งท้ายข้อคิดสำหรับนักธุรกิจ SMEs มือใหม่ ตอนที่ 2 ด้วยคำถาม ที่ว่า…

เราควรจะเริ่มเมื่อไหร่?”

โอกาสในการชนะคู่แข่งมีไหม? อย่างไร?”

เราเริ่มต้นกันอย่างนี้ครับ  เบื้องต้นเราทบทวนความรู้กันเสียก่อนว่า ในการดำเนินธุรกิจนั้น มันมีกิจกรรมสำคัญ 4 อย่างที่ต้องหมั่นทบทวนตลอดเวลาที่ทำธุรกิจ อันได้แก่

  • การพัฒนาสินค้าและบริการ
  • การบริหาร
  • การขาย
  • การลงทุน หรือ การถอนทุน

การเริ่มต้นธุรกิจ หรือเริ่มกิจกรรมทางธุรกิจก็มีความเหมาะสมต่างกัน ในแต่ละช่วงของวัฏจักร ซึ่งอาจวางยุทธศาสตร์คร่าวๆได้อย่างนี้ครับ

ช่วงที่ตลาดใกล้ซบเซาหรือกำลังสู่ขาลง  

ยุทธศาสตร์การลงทุน  ให้เร่งการลงทุนใหม่เพื่อพัฒนาธุรกิจขึ้นมา รอรับวัฏจักรใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ธุรกิจมีโอกาสใหม่ๆ (Succession Stage)

ช่วงที่ตลาดกำลังฟื้นตัว

ยุทธศาสตร์การพัฒนา เป็นช่วงที่ธุรกิจควรใส่ใจการพัฒนาตนเองขึ้นมา เพื่อเตรียมทำกำไร เพราะตลาดเริ่มกลับมาเป็นของผู้ขายอีกครั้ง (Rising Stage)

ในช่วงที่ตลาดคึกคัก

ยุทธศาสตร์การขาย เป็นช่วงที่เหมาะแก่การขายเพื่อการทำกำไรที่สุด เพราะตลาดกลับมาเป็นของผู้ขายอีกครั้ง (Boom Stage) การจดจ่อกับการบริหารเชิงกลยุทธ์เพิ่อทำกำไรก็จะทำให้ธุรกิจมีรายได้สูงที่สุด

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการบริหารนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ธุรกิจทำอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของวัฏจักร

ตอนนี้เรามามองหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ภายใต้ 3 สภาวะ

เมื่อมองในภาพวัฏจักรที่ใหญ่ขึ้นอย่าง “วัฏจักรเศรษฐกิจ (Economic life cycle)  ซึ่งมีภาวะเงินเฟ้อและภาวะเงินฝืดมาเป็นตัวแปร  การศึกษาแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในฐานะดัชนีชี้นำ” เพื่อการวางยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง (Leading Indicator for Strategic Management) ให้สอดคล้องกับการบริหารกลยุทธ์ในแต่ละช่วงวัฏจักรชีวิตธุรกิจ (Business Life cycle) ที่ล้วนแล้วแต่ดำเนินไปภายใต้ 3 สภาวะ อันได้แก่

–  สภาวะที่แน่นอน

–  สภาวะที่ไม่แน่นอน

–  สภาวะที่มีความเสี่ยง

สภาวะทั้งสามนี้ ทำให้ผู้บริหารมีความจำเป็นต้องรู้จักสภาพแวดล้อมปัจจัยภายใน-ภายนอก มองเห็นโอกาส และอุปสรรคได้ชัดเจน และต้องมีวิสัยทัศน์มองเห็นอนาคต สามารถคาดการณ์ผลกระทบ-ความเสี่ยง-ความไม่แน่นอนได้ จนสามารถบอกได้ว่า

  1. อะไรคือสิ่งที่ตลาดต้องการในขณะนั้น?
  2. บรรยากาศการลงทุนและอารมณ์ของตลาดในขณะนั้นเป็นอย่างไร?
  3. ธุรกิจของคุณคือสิ่งที่ตลาดในขณะนั้นรอคอยหรือไม่อย่างไร?
  4. ความรุนแรงของการแข่งขันในขณะนั้นมากน้อยแค่ไหน และ ใครทำให้การแข่งขันนั้นรุนแรง?
  5. ภาพรวมของเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ธุรกิจอยู่ในช่วงใดของวัฏจักรชีวิตของตนเอง (Business Life Cycle) และ อยู่ตรงไหนบนวัฏจักรชีวิตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน (Neighborhood Life Cycle)

ตอนหน้าผมจะยกตัวอย่าง การวางยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ในแต่ละช่วงบนวัฏจักรชีวิตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน (Neighborhood Life Cycle)   เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ

Please follow and like us:
SHARE