โดย 

อาจารย์ วิโรจน์ สิทธิสรเดช   

วิทยากรและที่ปรึกษา ประจำหมวดหลักสูตร   

RETAILER & INDUSTRIAL , SALES & MARKETING   KCT Academy 

ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม 

สินค้าหรือบริการที่ขายขายได้ดี นอกจากคุณสมบัติที่ตรงความต้องการในการใช้สอบ และคุณภาพที่ดีแล้ว ยังต้องมีกระบวนการจำหน่ายหรือนำเสนอที่เหมาะสม สอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้ซื้อด้วย ซึ่งร่วมไปถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน  

การตลาดผู้ซื้อ หรือ Shopper Marketing คือ กระบวนการทำความเข้าใจความต้องการในการเลือกซื้อของลูกค้า แล้วเพื่อจัดให้มีกระบวนการเสนอสินค้าได้สอดคล้องกับความต้องการในการซื้อ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสที่สินค้าหรือบริการนั้นจะถูกเลือกซื้อ  

หลักสูตรนี้จะเริ่มจากหลักของ Shopper Marketing และพฤติกรรมการเลือกซื้อ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ จากนั้นจะเป็นการนำ Insight ที่ได้จากความเข้าใจผู้ซื้อไปใช้ในการสร้าง Shopping Experience ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของ หรือเพิ่มโอกาสในการขาย ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนทีสำคัญ 

ส่วนแรกคือ ความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า (Shopping Convenience) หรือการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก ไม่ติดขัด และเกิดความเพลิดเพลินในการเลือกซื้อสินค้า การสร้างอารมณ์ (Mood Enhancement) ด้วยการปรับสภาพแวดล้อมที่ทำให้ลูกค้าอยู่ในอารมณ์ หรือ Mood ที่ดี มีความเพลิดเพลิน เหมาะสม และเพิ่มโอกาสในการขาย และ เรื่องของการให้บริการ (Satisfying Service) ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า 

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่รับผิดชอบด้านการขาย (Sales)  

วัตถุประสงค์ 

  1. เพิ่มโอกาสในการขาย และยอดขายของสินค้าและบริการ 
  1. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจหลักการของ Shopper Marketing และเข้าใจความต้องการของผู้ซื้อ 
  1. ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้เกี่ยวกับ Shopping Experience ไปประยุกต์ใช้ทำแผนสำหรับการขายสินค้าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ 

วิธีการจุดเน้นและการติดตามผล 

ลักษณะของการอบรมในช่วงต้นเป็นการบรรยายเพื่อให้ผู้เรียนมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับหลักการที่เกี่ยวข้องกับ Shopping Experience ในช่วงถัดไปจะเป็นการบรรยายสลับกับการปฏิบัติ (60:40) เช่น การฝึกปฏิบัติการ (Work Shopโดยเน้นการสร้างทักษะจากการปฏิบัติ เช่น การจัดทำแผนปรับปรุง Point of Purchase เพื่อพัฒนา Shopping Experience เป็นต้น 

ในส่วนการติดตามผล วิทยากรจะให้ผู้เข้ารับการอบรมนำทักษะที่ได้เรียนไปใช้ในการทำแผนเพื่อพัฒนา Shopping Experience และส่งข้อมูลให้วิทยากรประเมินหลังจากการฝึกอบรมแล้วประมาณ เดือน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์กรด้วย) 

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับบุคลากรระดับปฏิบัติการ และระดับบริหารขั้นต้นถึงระดับกลาง โดยเฉพาะจากหน่วยงานการตลาดร้านค้า การขาย และการตลาดทั่วไป 

หัวข้อการฝึกอบรม 

Session  ช่วงเวลา  รายละเอียดเนื้อหา 
1  วันที่ 1 
9:00-10:00 
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ Shopper Marketing 

  • หลักของ Shopper Marketing 
  • ความต้องการในการเลือกซื้อ (Shopping Need) 
  • รูปแบบการเลือกซื้อ (Shopping Mission) 
2  10:00 – 11:00  เข้าใจผู้ซื้อผลิตภัณฑ์อสังหาริมทรัพย์ (Understand Real Estate Shopper) 

  • การเลือกหา พื้นที่สำหรับพักอาศัย พื้นที่สำหรับธุรกิจ และ พื้นที่สำหรับอุตสาหกรรม 
3  11:00 12:00  การสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้า (Shopping Experience) 

  • ความสำคัญของ Shopping Experience 
  • องค์ประกอบของการพัฒนา Shopping Experience 
4  13:00 -14:00  ความสะดวกในการเลือกซื้อ (Shopping Convenience)  

  • ความสะดวกที่ลูกค้าต้องการ 
  • การพัฒนาความสะดวก 

การให้บริการ (Satisfying Service) ที่พึงพอใจ 

  • แนวทางในการให้บริการที่เหมาะสม 
5  14:0-15:00  การสร้างอารมณ์ (Mood Enhancement) ในการซื้อสินค้า 

  • พฤติกรรมการเลือกซื้อ และอารมณ์ที่เหมาะสม 
  • องค์ประกอบในการสร้างอารมณ์ 
6  15:00 – 16:00
 
Shopping Experience ภาคปฏิบัติ 

  • การทำแผนพัฒนา Shopping Experience 
  • กลยุทธ และ เทคนิค 
  • Online vs. Offline 

วิธีการฝึกอบรม 

บรรยาย กรณีศึกษา (Case Study) อภิปรายแลกเปลี่ยน และการฝึกปฏิบัติการ (Work Shop) 

ผู้เข้ารับการฝึกอบรม 

ผู้เกี่ยวข้องในระดับปฏิบัติการและระดับบริหารขั้นต้นถึงระดับกลาง จำนวน 30 คน 

ระยะเวลาการฝึกอบรม 

ระยะเวลาการฝึกอบรม 1 วัน 

แนวทางที่ใช้ในการอบรม 

แนวทางการสัมมนาและรูปแบบการเรียนรู้ : ทฤษฎี 60 : ปฏิบัติ 40 

บรรยาย   ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม 

กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป มีส่วนร่วม 

ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ เพื่อเห็น ภาพที่ชัดเจน” มากยิ่งขึ้น 

  • การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult Learning) ด้วยวิธีการบรรยายควบคู่กับการปฏิบัติ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที 
  • เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้ความรู้ พร้อการฝึกปฏิบัติการ (Work Shop) อภิปรายแลกเปลี่ยน และกรณีศึกษา (Case Study) ทำให้การเรียนรู้เกิดจากกาเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง 

SHARE