โดย

ผศ.ดร.รัฐวุฒิ รู้แทนคุณ

วิทยากร,ที่ปรึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัย

ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาหลักสูตร สถาบัน KCT Academy

 

 

ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม

แนวคิดการบริหารจัดการคุณภาพโดยรวม เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย W.Edwards Deming เพื่อทำการปรับปรุงคุณภาพการผลิตสินค้าและบริการ แต่เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในช่วงปลายปี 1940 และประเทศญี่ปุ่นได้นำการบริหารจัดการคุณภาพโดยรวมไปใช้ในการผลิต โดยเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ

การบริหารจัดการคุณภาพโดยรวม (TQM) หมายถึง ระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เน้นการทำงานร่วมกันของทุกคนในองค์กร โดยมุ่งเน้นผลกำไรในระยะยาวและการสร้างความพึงพอใจของลูกค้ามากที่สุด มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า เพื่อพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมทุกด้าน เพื่อความอยู่รอดขององค์กรและสามารถเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้ภาวการณ์ แข่งขันที่รุนแรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคน เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

โมเดลแนวความคิด TQM ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยคือโมเดลที่ปรับปรุงมาจาก Kano’s House ซึ่งประกอบด้วยสามเสาหลักคือ Concept, Techniques, and Promotion Vehicle เพื่อที่จะนำไปสู่เป้าหมายของธุรกิจคือความพึงพอใจของลูกค้าและผลกำไรต่อไป ทั้งนี้ แต่ละเสาหลักของ TQM มีหลักการ รายละเอียดและเครื่องมืออยู่ค่อนข้างมาก หลักสูตรนี้จึงออกแบบให้ผู้อบรมเห็นภาพรวม มีความเข้าใจในหลักการ TQM อย่างแท้จริงก่อน หลังจากนั้นจึงลงรายละเอียดของเครื่องมือในแต่ละเสา โดยบรรยายและแสดงตัวอย่างให้เห็นถึงหลักการและเครื่องมือแต่ละอย่างที่สำคัญเพื่อสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานได้จริง

Total Quality Mangement Model

Kaizen

Kaizen มีหลักการง่ายๆ 3 อย่างด้วยกันซึ่งคือ เลิก ลด และ เปลี่ยน พูดง่ายๆ ก็คือ Kaizen คือการลดหรือยกเลิกขั้นตอนส่วนเกินนั้นเอง การลดหรือยกเลิกขั้นตอนส่วนเกินในกระบวนการทำงานที่ไม่สร้าง value ให้กับธุรกิจสามารถทำให้ประหยัดเวลาอันมีค่าและะประหยัดต้นทุนได้เช่นกัน ในส่วนของการเพิ่มผลิตภาพ(Productivity) เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรควรจะทำความเข้าใจ เพราะจะช่วยให้องค์กรมีความได้เปรียบในการแข่งขัน และดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ระบบที่ส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพในองค์กรมีมากมาย องค์กรจะต้องเลือกประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับลักษณะของการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรของตนเอง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ลดความสูญเสีย มีต้นทุนในการดำเนินงานที่เหมาะสม และ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันเวลา

วัตถุประสงค์

  1. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจถึงภาพรวมของหลักการ ของ TQM
  2. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจเสาที่ 1 ของ TQM (Concept) และการนำไปใช้
  3. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจเสาที่ 2 ของ TQM (Concept) และการนำไปใช้
  4. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจเสาที่ 3 ของ TQM (Concept) และการนำไปใช้
  5. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจแนวคิด หลักการ และแนวทางการทำไคเซ็น
  6. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจถึงการวางระบบบริหารไคเซ็นผ่านและกรณีศึกษา

วิธีการสอน-จุดเน้น

ลักษณะของการอบรมเป็นการบรรยายถึง หลักการ/เครื่องมือ/ตัวอย่างการนำไปใช้จริง/ปัญหาสำคัญและแนวทางป้องกันแก้ไข ในทุกส่วนของ TQM และ ไคเซ็นโดยเจาะลงไปในรายละเอียดให้เห็นภาพหลักการของเครื่องมือแต่ละอย่าง ให้ผู้อบรมมีพื้นฐานความข้าใจที่แน่น เพื่อนำไปใช้จริงได้อย่างถูกหลัก นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างปัญหาที่สำคัญในแต่ละส่วนที่มาจากประสบการณ์จริงในโรงงานของวิทยากรซึ่งมีพื้นฐานเป็นวิศวกรทำให้เข้าใจผู้เรียนได้อย่างถ่องแท้ หลักสูตรเหมาะสำหรับผู้บริหารระดับต้นถึงระดับกลาง และผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารที่การทำงานเกียวข้องกับการขับเคลื่อนระบบ TQM และ ไคเซ็น

หัวข้อการฝึกอบรม วันที่ 1

Session ช่วงเวลา รายละเอียดเนื้อหา
1 9:00-10:15 น. ภาพรวมของ TQM

·       แนวความคิดและหลักการของ TQM ในภาพรวม

·       รายละเอียดในกรอบของ TQM

·       หน้าที่ของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ

·       TQM เปรียบเทียบกับเครื่องมืออื่น

·       แนวความคิดของเดมมิ่ง E.Deming’s Concept

·       ฐานของ TQM House Model แรงจูงใจและเทคโนโลยี

·       หลังคาของ TQM House Model ความพอใจของลูกค้าและพนักงาน

2 10:30-12:00 น. เสาที่ 1: Concept หลักการ/เครื่องมือ/ตัวอย่างการนำไปใช้จริง/ปัญหาสำคัญและแนวทางป้องกันแก้ไข

·       Marketing-in

·       Process

·       PDCA

·       Fact&Data

·       Standardize

·       Prvention

3 13:00-14.30 น. เสาที่ 2: Techniques หลักการ/เครื่องมือ/ตัวอย่างการนำไปใช้จริง/ปัญหาสำคัญและแนวทางป้องกันแก้ไข

·       7 QC Tools

·       7 QC Tools

·       Statistical Process

·       Other QC Tools

 

 

4 14:45-16:00 น. เสาที่ 3: หลักการ/เครื่องมือ/ตัวอย่างการนำไปใช้จริง/ปัญหาสำคัญและแนวทางป้องกันแก้ไข

·       Policy Management

·       Daily Management

·       Cross-Functional Management

·       Bottom-Up Activities

·       Wrap Up and Discussion

 

หัวข้อการฝึกอบรม วันที่ 2

Session ช่วงเวลา รายละเอียดเนื้อหา
5 9:00-10:15 น. ภาพรวมของ Kaizen และการเพิ่มผลิตภาพ

·       แนวคิด และหลักการของไคเซ็น(Kaizen)

·       การเพิ่มผลิตภาพ(Productivity)

·       การวางระบบและการบริหารงาน ด้วยไคเซ็น

·       การรณรงค์ ส่งเสริม และประชาสัมพันธ์ รางวัล

·       การเก็บข้อมูลและการวัด

2 10:30-12:00 น. วิธีการคิด การมองปัญหาและการเขียนขั้นตอน Kaizen

·       หลักการและข้อเสนอแนะเบื้องต้นของไคเซ็นในการปรับปรุงงาน

·       วิธีการคิดเพื่อหาประเด็นในการปรับปรุงด้วยไคเซ็น

·       ขั้นตอนและเครื่องมือในการปรับปรุงงาน

·       เทคนิคในการมองปัญหาและกรณีศึกษา

3 13:00-14.30 น. Workshop Kaizen

·       ผู้ร่วมอบรมทดลองปฏิบัติจากกรณีศึกษาของวิทยากร

4 14:45-16:00 น. Workshop Kaizen (ต่อ)

·       ผู้ร่วมอบรมทดลองปฏิบัติจากกรณีศึกษาของวิทยากร

·       นำเสนอผลงาน และวิเคราะห์ผลที่ได้รับ Discussion

 

วิธีการฝึกอบรม

บรรยาย กรณีศึกษา อภิปรายแลกเปลี่ยน Workshop

ผู้เข้ารับการฝึกอบรม

  • หัวหน้างาน
  • ผู้เกี่ยวข้องในระดับปฏิบัติงาน จำนวนไม่เกิน 50 คน

ระยะเวลาการฝึกอบรม

ระยะเวลาการฝึกอบรม 2 วัน

แนวทางที่ใช้ในการอบรม

แนวทางการสัมมนาและรูปแบบการเรียนรู้ : ทฤษฎี 30 : ปฏิบัติ 70

บรรยาย                                   ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม

กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด    ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป “มีส่วนร่วม”

ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ    เพื่อเห็น “ภาพที่ชัดเจน” มากยิ่งขึ้น

การเสวนาตีความ                     วิเคราะห์เพื่อเข้าใจให้เชิงลึกเพื่อการประยุกต์ใช้

  •  การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult Learning) ด้วยวิธีการบรรยายควบคู่กับการปฏิบัติ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
  • เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้ความรู้ พร้อม VDO ประกอบการบรรยาย, กิจกรรมกลุ่มการระดมความคิด (Brainstorming) , การฝึกปฏิบัติการ (Work Shop), กรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง (Case Study and Simulation) และ การนำเสนอ (Present) ทำให้การเรียนรู้ เกิดเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง
Please follow and like us:
SHARE