“ถ้าคนหนึ่งคนไม่สามารถออกคำสั่งให้คนร้อยคนทำตามได้ ศาสนา การสำรวจอวกาศ สงคราม และวงออร์เคสตรา ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน : Andrew Robertson”

 ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม

ความสามารถในการบริหารคนมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันสำหรับองค์กรธุรกิจสมัยใหม่เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรให้ตอบโจทย์ลูกค้าและการแข่งขัน บุคลากรจึงควรเข้าใจแนวความคิดเกี่ยวกับการบริหารและการจูงใจลูกน้องอย่างสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็น การบริหารเชิงรุกสำหรับผู้นำ การนำทีมรูปแบบต่างๆ เพื่อการสื่อสารโน้มน้าวทีม ตลอดจนการบริหารความขัดแย้ง และการจัดการความกดดันในที่ทำงาน และการขับเคลื่อนทีมนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพในการสร้างผลลัพธ์

วัตถุประสงค์

  1. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจแนวความคิดเกี่ยวกับการบริหารทีมอย่างสร้างสรรค์และตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการกับปัญหาบุคคลให้ทันท่วงที
  2. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจและที่รักที่จะเผชิญและจัดการกับการบริหารคน
  3. ผู้เข้าอบรมแนวคิดทางจิตวิทยาเพื่อขับเคลื่อนคนในองค์กร

วิธีการ-จุดเน้น-และการติดตามผล

ลักษณะของการอบรมช่วงเช้าเป็นการบรรยายเพื่อให้ผู้ฟังมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาและกระบวนการจัดการกับปัญหา การบรรยายเน้นเรื่องความตระหนัก เพิ่ม Mindset และการมีส่วนร่วม อันเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในการทำให้ปัญหาถูกนำขึ้นมาแก้อย่างจริงจังใน หลักสูตรเหมาะสำหรับผู้บริหารและผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารที่การทำงานเกียวข้องกับการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรผ่านบุคคลากร

หัวข้อการฝึกอบรม

Session รายละเอียดเนื้อหา
วันที่ 1 ผู้นำที่เป็นแรงบันดาลใจ

·       ความท้าทายของผู้นำ

-กรณีศึกษา ผู้นำที่เป็นแรงบันดาลใจ

·       การฟื้นคืนพลัง​และการรักษาระดับพลังงานเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิผล

-ความท้อใจ:ภาวะอ่อนแรงของผู้นำ

-การกระโดดออกจากกรอบความคิดเดิม

-เทคนิคการเพิ่มและรักษาระดับพลังงานเพื่อการนำที่มีประสิทธิผล

·       การเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นผู้นำ​ แนวทางของ​ Boyatzis

·       การจัดการร่วมสมัยสู่การก้าวสู่องค์กร​ระดับโลก

-ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการ

-กรณีศึกษา รูปแบบการนำที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงาน Amoeba Management : Kazuo Inamori

– หลักการสร้างนวัตกรรมการบริหารแบบ Ouside in-Inside out

·       สปิริตทางธุรกิจ จิตวิญญาณที่ดีและหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของนักบริหาร

 

วันที่ 2 การสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ​ในการสร้างผลลัพธ์

·       หลักการนำและการเคลื่อนคน (Effectual Mobilizing Enabler):

-ความรู้เกี่ยวกับคุณค่าและแรงจูงใจที่มีผลต่อคน

-อิทธิพลของ Motivation ที่มีต่อผลการทำงาน

-หลักการใช้อำนาจ/พลังการบังคับ (Legitimate power)

-กลยุทธ์การสร้างอิทธิพล/พลังจูงใจ (Power Tactics)

-หลักการสร้างศรัทธา/พลังวางใจ(Merited Trust)เพื่อเร่งความสำเร็จในการบริหาร

-หลักการสร้างบารมี/พลังดลใจ (Epitomized Respect)

·       การจูงใจทางบวก Pull Method และวิธีการกระตุ้นให้ทำงานแบบที่ KITA

·       หลักการโค้ชและการนำเพื่อชัยชนะร่วมกันทั้งทีม

-หลักการสะท้อนเพื่อการพัฒนา (Feed Forward)

·       วิธีการสื่อสารเพื่อแสวงหาทางออก ในภาวะวิกฤติ, เมื่อเกิดแรงกดดันด้านลบในการทำงาน รวมถึงเมื่อเกิดความขัดแย้งในองค์กร

 

กิจกรรม Workshop1. ค่านิยมและความเชื่อของคุณ (Paper Airplane)

Workshop2 จังหวะชีวิตในการทำงาน

Workshop3 เสียงปลุกที่ดังลั่นเพื่อการเปลี่ยนแปลง

Workshop4 การเผชิญหน้ากับตัวตนที่แท้จริง:จุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ

Workshop5 วิสัยทัศน์ส่วนบุคคล

Workshop6 วิสัยทัศน์และอุดมการณ์ร่วมของทีม

Workshop7 Trusted Battery

Workshop8  Leading Change

Workshop9 Risk Protection

 

วิธีการฝึกอบรม

บรรยาย กรณีศึกษา

ผู้เข้ารับการฝึกอบรม

ผู้เกี่ยวข้องในระดับบริหาร จำนวน 30 คน

ระยะเวลาการฝึกอบรม

ระยะเวลาการฝึกอบรม 2 วัน

แนวทางที่ใช้ในการอบรม

แนวทางการสัมมนาและรูปแบบการเรียนรู้ : ทฤษฎี 80 : ปฏิบัติ 20

บรรยาย                                   ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม

กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด    ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป “มีส่วนร่วม”

ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ    เพื่อเห็น “ภาพที่ชัดเจน” มากยิ่งขึ้น

การเสวนาตีความ                     วิเคราะห์เพื่อเข้าใจให้เชิงลึกเพื่อการประยุกต์ใช้

  •  การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult Learning) ด้วยวิธีการบรรยายควบคู่กับการปฏิบัติ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
  • เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้ความรู้ พร้อม VDO ประกอบการบรรยาย, กิจกรรมกลุ่มการระดมความคิด (Brainstorming), การฝึกปฏิบัติการ(Work Shop), กรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง (Case Study and Simulation) และ การนำเสนอ (Present) ทำให้การเรียนรู้ เกิดเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง
Please follow and like us:
SHARE