ทำไม ? ต้อง Is & Is Not :

แนวคิดและทักษะการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพนักงานในองค์กรแทบทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน ลงมาถึงระดับปฏิบัติการ โดยเฉพาะกลุ่มคนต้องทำหน้าที่ในการควบคุม และจัดการให้ผลลัพธ์งานแต่ละหน้างานให้ออกมาตามที่องค์กรคาดหวัง ซึ่งพนักงานในกลุ่มงานดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยกระบวนการ หรือทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อจัดการและแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสมเท่านั้น จึงจะทำให้ผลลัพธ์ของงานในเชิงพัฒนาดังที่กล่าวมาแล้วสำเร็จลุล่วง และเป็นไปตามตามเป้าหมายที่วางไว้

ปัญหาและอุปสรรคขององค์กรไทยในปัจจุบัโดยส่วนใหญ่พบว่า แนวคิด ตลอดจนทักษะการวิเคราะห์ และแก้ปัญหาของคนในองค์กรยังต้องพัฒนา และเติมเต็มกันอีกมาก สาเหตุหลักมาจากการขาดการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง และต่อเนื่อแม้ว่าบางองค์กรจะได้พยามนำเอาเครื่องมือจากหลายๆ ค่าย เช่น ค่ายอเมริกา หรือจากญี่ปุ่น ก็ตาม ก็ยังใช้ผิดๆ ถูกๆ ไม่ได้เข้าใจแก่นแท้ของคำว่า “ปัญหา” ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง จึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง

หลักสูตร “แก้ปัญหาอย่างไร? ให้ ‘หลุดกรอบ’ แต่ตอบโจทย์ธุรกิจ (Is & Is Not -The intensive & innovative Problem Solving ; iPS)” เป็นหลักสูตรที่ออกแบบพัฒนาขึ้น เพื่อพัฒนาแนวคิด, ทักษะ ตลอดจนปรับเปลี่ยนทัศนคติในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาแบบใหม่ โดยใช้เครื่องมือแก้ไขปัญหาตัวใหม่ (iPS) ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาในบริบทของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ ซึ่งเนื้อหาจะมุ่งเน้นตั้งแต่การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุรากเหง้าของปัญหา (ของบ้านเรา) ตลอดจนการพิจารณาเลือกใช้เครื่องมือแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องเหมาะสมกับประเภท และลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้น

รายละเอียดโปรแกรมการเรียนรู้ตามระดับความลึก :

Package – S (1 วัน) : มุ่งเน้นความเข้าใจทฤษฎี และหลักการฯ

  • โปรแกรมเรียนรู้ขนาดกระทัดรัด เน้นการเรียนรู้แบบ Activities Based Learning
  • สัดส่วน Activities : Lecture : Case Study & Practice : Coaching Assignment & Follow up เป็น 30:30:40:0
  • เพื่อประสิทธิผลของผู้เรียน จำกัดจำนวนผู้เรียนไว้ (Attendee per class) < 20 ท่าน
  • กลุ่มเป้าหมาย พนักงานทุกระดับ (แต่เหมาะที่สุดคือกลุ่มหัวหน้างาน หรือกลุ่มที่สามารถกลับไปปรับเปลี่ยน วิธีการ/กระบวนการทำงานแบบใหม่ได้)
  • รายละเอียดเนื้อหา โปรแกรมมีดังนี้ ;
Time Learning Program
09.00 – 10.00
  • เตรียมความพร้อมสู่การเรียนรู้
  • Act-1 : ปัญหาของคุณมีหน้าตาเป็นแบบไหน ส่งผลเสียต่อองค์กรอย่างไร ?
  • ปัญหาคืออะไร…คุณเข้าใจมันลึกซื้งแค่ไหน ?
  • Act-2 : ปัญหาจะแก้ได้…ต้องเข้าใจที่มา (ก่อน)
10.00 – 10.15 พักเบรกชา-กาแฟ
10.15 – 12.00
  • Act-2 : เข้าใจที่มา และตัวตนของปัญหา (ต่อ)
  • นิยามของปัญหา-อาการ-สาเหตุ-ผลกระทบเชิงลบ
  • Practice-1 : ฝึกระบุปัญหาจากกรณีศึกษา
12.00 – 13.00 พักรับประทานอาหาร
13.00 – 15.00
  • ปัญหาในโลกนี้…มีกี่แบบ ?
  • Practice-2 : ฝึกระบุประเภทปัญหา
  • เลือกเครื่องมือแก้ปัญหาอย่างไร…ไม่ผิดตัว
  • เครื่องมือแก้ปัญหาเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Method)
  • Practice-3 : ฝึกใช้เครื่องมือวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา
15.00 – 15.15 พักเบรกชา-กาแฟ
15.15 – 16.30
  • Practice-3 : ฝึกใช้เครื่องมือวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา
  • ผู้เรียนสรุป และประมวลความรู้จาก Activities, Practice และ Case Study
  • สรุปประเด็นการเรียนรู้

 

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร (Package – S): (ผลลัพธ์หลังการอบรม)

  1. เข้าใจ และเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของแนวคิด และทักษะเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขปัญหา
  2. เข้าใจ และสามารถระบุนิยามรวมถึงที่มาของปัญหาที่ได้อย่างถูกต้อง
  3. เข้าใจ และสามารถอธิบายแนวทางการคัดเลือกเครื่องมือสำหรับแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับลักษณะของปัญหาแต่ละประเภท
  4. เข้าใจกระบวนการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาโดยใช้หลักการเปรียบต่าง (Comparative Method)
  5. เข้าใจแนวทางการประยุกต์ใช้แนวคิด และหลักการที่ถูกต้องไปใช้ในการแก้ไขปัญหา เพื่อตอบโจทย์โครงการทางธุรกิจต่อไป

 

  • Package – M (2 วัน) : มุ่งเน้นความเข้าใจทฤษฎี และฝึกปฏิบัติจากงานจริง และเจาะลึกเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาเรื้อรัง และการประยุกต์เครื่องมือสร้างนวัตกรรมมาใช้สำหรับตอบโจทย์ปัญหา

 

  • Package – L (3-5 วัน ไม่ติดกัน) : มุ่งเน้นความเข้าใจทฤษฎี และฝึกปฏิบัติจากงานจริง และเจาะลึกเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาเรื้อรัง และการประยุกต์เครื่องมือสร้างนวัตกรรมมาใช้สำหรับตอบโจทย์ปัญหา พร้อมด้วยการ Coach และ Mentor ในโจทย์ปัญหาสำคัญ ในการทำงานจริง

วิทยากร

อาจารย์พีรณัฏฐ์  กาพย์กลอน (โค้ชแจ๊คกี้)

วิทยากร และที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมการจัดการทางธุรกิจ

 

Please follow and like us:
SHARE