Business vector created by freepik - www.freepik.com

ออกแบบหลักสูตร  โดย Knowledge Castle Training

หลักการและแนวคิด

ในโลกปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของข้อมูลข่าวสารที่มนุษย์สามารถรับรู้ เรียนรู้ และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อองค์กรและบุคลากรในองค์กรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  องค์กรต่าง ๆ จึงต้องปรับตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรให้สามารถดำเนินต่อไปได้และเกิดความได้เปรียบในการแข่งขันเพื่อความเป็นผู้นำที่ก้าวนำองค์กรอื่น ๆ

การรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับตัวให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางสภาวการณ์เช่นนี้ ผู้บริหารองค์กรที่ชาญฉลาดและมีภาวะผู้นำจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง

ซึ่งในบรรดากลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ผู้บริหารจะต้องนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น “การสื่อสาร” กล่าวได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญที่สุด เพราะการสื่อสารเป็นกลยุทธ์หรือกระบวนการหรือเครื่องมือที่จะนำไปสู่การรับรู้ เรียนรู้ ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันของบุคลากรทั่วทั้งองค์กรตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ทำให้สามารถกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ร่วมกันได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีทิศทาง และจะต้องนำมาใช้ให้สอดคล้องกับพื้นฐานขององค์กรทั้งในด้านโครงสร้าง ระบบการบริหาร ทัศนคติ และค่านิยม รวมทั้งวัฒนธรรมของบุคลากรในองค์กรจึงจะทำให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จได้

“กลยุทธ์การสื่อสาร” จึงเป็นเครื่องมือทางการบริหารที่ผู้บริหารควรให้ความสำคัญและต้องนำมาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุดแก่องค์กร

ในองค์กรหนึ่งๆจะประกอบได้ด้วยหลายแผนก “กลยุทธ์การสื่อสาร” และ การสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันภายในองค์กรมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะงานจะสำเร็จลุล่วงได้ต้องได้รับความร่วมมือ ช่วยเหลือซึ่งกัน เข้าใจกัน และทำงานให้สอดคล้องกัน ดังนั้น การสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและสร้างความรู้สึกที่ดีร่วมกัน จะทำให้งานส่วนรวมบรรลุเป้าหมายได้ โดยที่ทุกๆฝ่ายต่างก็พยายามที่จะต่อเชื่อมแนวความคิดในการทำงานให้เป็นเนื้อเดียวกัน

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจได้เรียนรู้ และเข้าใจหลักการสื่อสารที่ดี จนสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้กับการสั่งงาน และมอบหมายงานอย่างมืออาชีพ
  2. เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ทักษะด้านการสื่อสาร และสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น กล้าแสดงออก รู้จักการนำเสนอเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความเข้าใจอย่างมีระบบ และมีหลักการที่ถูกต้อง
  3. ขจัดปัญหาเรื่องการสื่อสาร เพื่อการสั่งงานและมอบหมายงานที่ไม่ชัดเจน เพื่อสร้างการทำงานเป็นทีมร่วมกัน

เนื้อหาหลักสูตร (Course outline)

  • หลักการสำคัญของการสื่อสาร เพื่อการสั่งงาน และการมอบหมายงาน

– การสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ

– การสร้างความสัมพันธ์

– การสั่งงานงาน และมอบหมายงานที่มีประสิทธิภาพ

– การนำเสนอแนวความคิดในการทำงานร่วมกัน

Workshop1 : การสื่อสารที่ดีกับเหตุการณ์ต่างๆ

  • อุปสรรคทางด้านการสื่อสารและแนวทางในการเอาชนะอุปสรรค

– หลุมพรางทางความคิดของการสื่อสาร

– ปัจจัยสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

– เทคนิควิธีสื่อสาร เพื่อการสั่งงาน และมอบหมายงานให้เข้าใจ บรรลุเป้าหมายทุกสถานการณ์

– สร้างแนวความคิดการสื่อสารเพื่อการทำงานเป็นทีมในองค์กร

Workshop: เทคนิคการเอาชนะหลุมพรางทางความคิด

  • คุณสมบัติของนักสื่อสาร สร้างสัมพันธ์ เพื่อการสั่งงานและมอบหมายงาน

– ค้นหาความสัมพันธ์ด้วยจุดยืนร่วมกัน

– ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

– สร้างประสบการณ์ที่ทุกคนชื่นชอบ

– สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น

Workshop3 : ฝึกสร้างกระบวนการสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์

  • สร้างกระบวนการสื่อสาร เพื่อการสั่งงานและมอบหมายงาน

– การติดตามผลให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างสร้างสรรค์

– การใช้การสื่อสารให้หลากหลายวิธี

– ระยะเวลาที่ใช้ในการสื่อสาร

– ให้ความสำคัญกับภาษาที่ใช้ในกาสื่อสาร

– การให้รู้เท่าที่จำเป็น

– การรับฟังอย่างตั้งใจ

Workshop4 : กิจกรรม สร้างกระบวนการสื่อสาร ของตนเอง

กลุ่มผู้เข้าอบรม

  • หัวหน้างาน
  • พนักงานเตรียมเข้าสู่หัวหน้างาน
  • ผู้ที่สนใจในการพัฒนาตนเอง

สถานที่อบรม

ลูกค้าเป็นผู้ดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตร

การอบรมใช้ระยะเวลาทั้งสิ้นจำนวน 1 วัน (09.00 น. – 16.00 น.) โดยการอบรมจะประกอบด้วยการบรรยายทฤษฎีและหลักการ กิจกรรมปฏิบัติการกลุ่มและการฝึกประยุกต์ความรู้จากการฝึกอบรม ความท้าทายหรือวาระที่เกี่ยวข้องกับการวัดและประเมินผลการดำเนินงาน (ตามความเหมาะสม)

วิธีการดำเนินหลักสูตร

  1. เพื่อให้การถ่ายทอดองค์ความรู้สามารถนำไปสู่ประโยชน์ต่อองค์กรและสอดคล้องกับบริบททางธุรกิจของแต่ละองค์กร เนื้อหาหลักสูตรจะได้รับการออกแบบให้เหมาะสมและตามความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร (Customized) โดยดำเนินการจัดอบรมภายในองค์กร (In House Training) ในวันและเวลาที่องค์กรสะดวกและบุคลากรมีความพร้อมในการเข้าอบรมอย่างพร้อมเพรียง
  2. เน้นรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการควบคู่กับทฤษฎี และกรณีตัวอย่าง เพื่ออธิบายประมวลสรุปให้บุคลากรผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความเข้าใจและมีทักษะเบื้องต้นเพียงพอในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ต่อไป

แนวทางการสอนและรูปแบบการเรียนรู้

 ทฤษฎี 40% : ปฏิบัติ 60%

  • บรรยาย : ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม
  • กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด : ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป “มีส่วนร่วม”
  • ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ : เพื่อเห็น “ภาพที่ชัดเจน” ยิ่งขึ้น
  • การเสวนาตีความ : ฝึกวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อการประยุกต์ใช้

 

  • การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่และการฝึกประสบการณ์ (Adult Learning & Experiential Learning) ด้วยวิธีการบรรยายควบคู่กับการปฏิบัติ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
  • เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้มุมมองหลักคิดผ่านกิจกรรมกลุ่ม และเดี่ยว การฝึกปฏิบัติการ (Work Shop), กรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง (Case Study and Simulation) และ การนำเสนอ (Present) ทำให้การเรียนรู้ เกิดเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง
Please follow and like us:
SHARE