Infographic vector created by katemangostar - www.freepik.com

โดย

 อาจารย์ไกรกิติ ทิพกนก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารและพัฒนาองค์กร ผู้บริหารองค์ธุรกิจ, ผู้บริหารองค์สาธารณะ  

คอลัมนิสต์อิสระ  นักบริหารองค์กร อดีตเลขานุการที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

นักวางแผนเชิงกลยุทธ์ธุรกิจบริการและที่ปรึกษาด้านการวิเคราะห์ธุรกิจเพื่อการทำแผนธุรกิจ

Key Highlights:

  • เข้าใจความสำคัญของ “ทุนมนุษย์ขององค์กร” และเรียนรู้โมเดลการบริหารทุนมนุษย์สมัยใหม่ จนสามารถกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลากรในองค์กรได้อย่างชัดเจน รวมถึงวิธีการในการพัฒนาบุคคลากรเพื่อบรรลุถึงเป้าหมาย และความสำเร็จขององค์กร
  • ความท้าทายในการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ในยุค Digital การค้นหาและสร้างค่านิยมร่วมเพื่อการบริหารบุคลากรในยุค Digital
  •  เข้าใจวิวัฒนาการและโมเดลการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ช่วยในการปรับตัว และพัฒนาพนักงานให้มีความสามารถและศักยภาพการทำงานที่สอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี(Technology),การไหลของแรงงาน (Labor flow),ความเท่าเทียมกันของค่าจ้าง (wage equality)และการแข่งขันทางธุรกิจ (Competency Based HRM)
  • โมเดลการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ช่วยในการสร้างความแตกต่างและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวขององค์กร และสอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันของบุคลากรในองค์กร(Balancing Work & Life model for HR management) โดยคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละช่วงอายุ ( Generation: Baby boom, X,Y)
  • เรียนรู้และเข้าใจการวางกรอบเชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ HR (HR Strategic Thinking)  เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้ทั้งในฐานะผู้กำหนดกลยุทธ์ (Strategic Player) และผู้วางแผนกลยุทธ์ของ HR (HR Strategic Planner) ที่มุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ของธุรกิจ รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่องาน บริหารทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร ที่มีผลต่อภารกิจขององค์กร
  • เรียนรู้และสามารถสรุปวิธีการนำองค์ความรู้ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาออกแบบนโยบายการสื่อสารภายในและภายนอก (Internal-External strategic communication management ) เพื่อให้เกิดประโยชน์ในองค์กรและหน่วยงานตนได้
  • Workshop : การจัดทำแผนนโยบายบริหารทรัพยากรมนุษย์

 

หลักการและแนวคิด

ปัจจัยหนึ่งที่นำมาซึ่งความสำเร็จขององค์กร คือ การมี บุคคลกรที่มีความสามารถมาร่วมกันทำงาน เรามักจะได้ยินว่า เราต้องสร้างบุคคลากรที่มีความสามารถที่ธุรกิจต้องการ บุคคลากรต้องมีทัศนคติที่ดี, ความรู้,มีทักษะการขายและความสามารถในการทำงานร่วมกัน  แต่ยังมีบริษัทจำนวนมากที่มีบุคคลากรที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วน แต่กลับไม่สามารถสร้างผลกำไรได้เต็มศักยภาพ หัวใจในการก้าวข้ามปัญหานี้คือ ยุทธศาสตร์และระบบการบริหารบุคคลที่เหมาะสม จนสามารถสร้างทีม “ทีมงานที่สร้างผลลัพธ์ได้” ขึ้นมา

ในการบริหารทรัพยากรบุคคลนั้นมีทฤษฎีการสร้างศักยภาพของบุคคลากรรองรับจำนวนมากมาย ซึ่งการที่ผู้บริหารจะนำทฤษฎีใดมาใช้ในการวางกรอบยุทธศาสตร์เพื่อช่วยให้ ทีมงานของเรามีศักยภาพที่เข้มแข็งขึ้นในทุกๆวัน สามารถยกระดับชีวิตการทำงาน และ สามารถช่วยสร้างความสำเร็จให้กับองค์กรตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้นั้น  จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้บริหารในทุกส่วนงานต้องมีความเข้าใจในแนวความคิดพื้นฐานและวิวัฒนาการของการพัฒนาการทรัพยากรบุคคล รวมจนถึงการศึกษาโมเดลการบริหารที่น่าสนใจที่จะช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจแก้ไขปัญหา และวางสามารถวางกรอบนโยบายหรือยุทธศาสตร์อย่างดี จึงจะสามารถใช้ทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรได้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด

หลักสูตรนี้จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาทักษะจนท่านจะสามารถวิเคราะห์และกำหนดแนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่เหมาะสมและเพิ่มศักยภาพในการกำไรทางธุรกิจ

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อให้เกิดความเข้าใจโมเดลสำคัญของการบริหารทรัพยากรบุคคล และ ประเด็นสำคัญที่ท้าทายนักบริหารในการบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อประโยชน์เชิงบริหารวัตถุประสงค์โครงการ
  2. เพื่อสามารถวิเคราะห์วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่องาน บริหารทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร ที่มีผลต่อภารกิจขององค์กร
  3. เพื่อให้เกิดความเข้าใจวิธีการกำหนดผลลัพธ์สำคัญ (KRA: Strategic Key Result Area) ทางการบริหารทรัพยากรบุคคล รวมถึงการวัดผลสำเร็จด้วยดัชนีชี้วัดสำคัญ (KPIs) ที่รูปธรรม
  4. เพื่อให้เกิดความเข้าใจวิธีการนำองค์ความรู้ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในองค์กรและหน่วยงานตนได้
  5. เพื่อต่อยอดการดำเนินการที่ผ่านมาขององค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันที่ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจมหภาค

 

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม

  1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการบริหารยุทธศาสตร์การบริหารธุรกิจและการบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบให้องค์กร ในรูปแบบต่างๆ จนสามารถเลือกใช้แนวคิดที่เหมาะสม เพื่อจะได้นำไปประยุกต์ใช้กับลักษณะงานที่ตนรับผิดชอบได้
  2. มองเห็นโอกาสในการยกระดับธุรกิจ อันจะเป็นการตอบโจทย์ของสังคมและผู้บริโภคได้ รวมทั้งมองเห็นปัญหาอุปสรรคที่มี และเกิดการเรียนรู้ในการที่จะนำแนวคิดการบริหารการเงินเพื่อสร้างข้อได้เปรียบให้องค์กร ไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
  3. สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการบริหารและการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์เพื่อพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้

เนื้อหาหลักสูตร (Course outline)

  • ส่วนที่ 1  ศึกษาวิวัฒนาการและโมเดลสำคัญของการบริหารทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่ และ ประเด็นสำคัญที่ท้าทายนักบริหารในการบริหารทรัพยากรมนุษย์
    • แนวโน้มบทบาทของงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีต่อองค์กรในอนาคต
    • เข้าใจความสำคัญของ “ทุนมนุษย์สมัยใหม่ขององค์กร” และเรียนรู้โมเดลการบริหารทุนมนุษย์ จนสามารถกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลากรในองค์กรได้อย่างชัดเจน รวมถึงวิธีการในการพัฒนาบุคคลากรเพื่อบรรลุถึงเป้าหมาย และความสำเร็จขององค์กร
    • ความท้าทายในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในยุค Digital การค้นหาและสร้างค่านิยมร่วมเพื่อการบริหารบุคลากรยุค Digital
    • โมเดลการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ช่วยในการปรับตัว และพัฒนาพนักงานให้มีความสามารถและศักยภาพการทำงานที่สอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี(Technology),การไหลของแรงงาน (Labor flow),ความเท่าเทียมกันของค่าจ้าง (wage equality)และการแข่งขันทางธุรกิจ (Competency Based HRM)
    • โมเดลการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ช่วยในการสร้างความแตกต่างและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวขององค์กร และสอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันของบุคลากรในองค์กร(Balancing Work & Life model for HR management) โดยคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละช่วงอายุ ( Generation: Baby boom, X,Y)
  • ส่วนที่ 2 ศึกษาการวางกรอบการวางนโยบายบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์(HR Strategic Thinking)
    • เรียนรู้แนวคิดการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่องานการบริหารทรัพยากรมนุษย์ และผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร ที่มีผลต่อภารกิจขององค์กรกิจกรรม ในฐานะผู้กำหนดกลยุทธ์ (Strategic Player) และผู้วางแผนกลยุทธ์ของ HR (HR Strategic Planner) ที่มุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ของธุรกิจ
    • เรียนรู้แนวคิดในการวางนโยบายบริหารจัดการ Talent การคัดเลือก พัฒนารักษา Talent ให้อยู่ในองค์กรในแต่ละวัย ( Generation: Baby boom, X,Y) และปัญหาการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน (Strategic Recruitment and Selection and Talent management)
    • เรียนรู้แนวคิดในการกำหนดผลลัพธ์สำคัญ (KRA: Strategic Key Result Area) ทางการบริหารทรัพยากรบุคคลว่ามีอะไร และอย่างไรบ้าง รวมถึงการวัดผลสำเร็จด้วยดัชนีชี้วัดสำคัญ (KPIs) ที่รูปธรรม
    • เรียนรู้และสามารถสรุปวิธีการนำองค์ความรู้ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาออกแบบนโยบายการสื่อสารภายในและภายนอก (Internal-External strategic communication management ) เพื่อให้เกิดประโยชน์ในองค์กรและหน่วยงานตนได้

Work Shop  : การจัดทำแผนนโยบายการบริหารทรัพยากรมนุษย์จากกรณีศึกษา

ลุ่มเป้าหมายของการอบรม

  1. ผู้นำและผู้บริหารระดับต้นขององค์กร
  2. ผู้บริหารและบุคลากรในสายงานบริหารทรัพยากรมนุษย์
  3. ผู้จัดการโครงการ (Project Management Leader) และหัวหน้าทีม (Team Leader)
  4. บุคลากรในระดับหัวหน้างาน

ระยะเวลาดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตร

สำหรับหลักสูตรนี้ สามารถเป็นหลักสูตร 1 วัน(09.00 น. – 16.00 น.) หรือตามความเหมาะสมขององค์กร โดยการอบรมจะประกอบด้วยการบรรยายทฤษฎีและหลักการกิจกรรมปฏิบัติการกลุ่มและการฝึกประยุกต์ความรู้จากการฝึกอบรมความท้าทายหรือวาระที่เกี่ยวข้องกับการวัดและประเมินผลการดำเนินงาน (ตามความเหมาะสม)

วิธีการดำเนินหลักสูตร

  1. เพื่อให้การถ่ายทอดองค์ความรู้สามารถนำไปสู่ประโยชน์ต่อองค์กรและสอดคล้องกับบริบททางธุรกิจของแต่ละองค์กร เนื้อหาหลักสูตรจะได้รับการออกแบบให้เหมาะสมและตามความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร (Customized) โดยดำเนินการจัดอบรมภายในองค์กร (In House Training) ในวันและเวลาที่องค์กรสะดวกและบุคลากรมีความพร้อมในการเข้าอบรมอย่างพร้อมเพรียง
  2. เน้นรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการควบคู่กับทฤษฎี และกรณีตัวอย่าง เพื่ออธิบายประมวลสรุปให้บุคลากรผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความเข้าใจและมีทักษะเบื้องต้นเพียงพอในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ต่อไป
  3. กิจกรรมการเรียนรู้ 1.เสวนากลุ่มและการระดมความคิด “หาปัญหาและอุปสรรคของการเรียนรู้งานที่เขาพบในองค์กร ร่วมกันวิเคราะห์ทำความเข้าใจปัญหา สาเหตุ และผลกระทบของระบบการทำงานที่ก้าวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในปัจจุบันซึ่งพบได้ในแทบทุกองค์กร เพื่อระบุข้อดี(จุดแข็ง)และทิศทางโอกาสในการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร แล้วให้พวกเขาช่วยกันเขียนวิธีต่างๆ ที่ทำให้พวกเขาสามารถเรียนรู้งานได้ดีขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขามีส่วนร่วมในการวางระบบการเรียนรู้ในองค์กร (Knowledge Flow)

กิจกรรมการเรียนรู้ 2. เสวนากลุ่มระดมความคิดหัวข้อ “ทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงานทุกคนในองค์กรที่จำเป็นในการสร้างความเปลี่ยนแปลง” เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบจุดเสีย และจุดเด่นของตนด้วยตนเอง ฝึกการทำงานเป็นทีม ร่วมกันวิเคราะห์ทำความเข้าใจปัญหา สาเหตุ และผลกระทบของการทำงานอันเนื่องมาจากการขาดความเข้าใจในทักษะแต่ละด้าน แล้วเปิดโอกาสให้พวกเขาช่วยกันสรุปบทเรียนจากกิจกรรม เพื่อระบุโอกาสในการปรับปรุงศักยภาพของตนเองและทีมร่วมกัน

กิจกรรมการเรียนรู้ 3. “เรียนรู้ร่วมกันผ่านกิจกรรมกลุ่ม “Futuristic & Change Roadmap” เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบจุดเสีย และจุดเด่นของตนด้วยตนเอง ฝึกการทำงานเป็นทีม ร่วมกันวิเคราะห์ทำความเข้าใจปัญหา สาเหตุ และผลกระทบของการทำงานที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ทีมขาดเอกภาพในการดำเนินตามยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลง แล้วเปิดโอกาสให้พวกเขาช่วยกันสรุปบทเรียนจากกิจกรรม และเขียน “แผนการทำงาน Action Plan (กลุ่มหัวหน้างาน) หรือ Strategic operation Plan (กลุ่มผู้บริหาร) เพื่อกำหนดทิศทางโอกาสในการปรับปรุงระบบการทำงานร่วมกันเพื่ออนาคต

แนวทางการสอนและรูปแบบการเรียนรู้

ทฤษฎี 50% : ปฏิบัติ 50% บรรยาย : ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม

  • กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด : ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป “มีส่วนร่วม”
  • กิจกรรมเดี่ยว : ใช้ทฤกษฎีและกิจกรรมทางจิตวิทยาทำให้ผู้เข้าอบรมได้ “ค้นพบตนเอง”
  • ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ : เพื่อเห็น “ภาพที่ชัดเจน” ยิ่งขึ้น
  • การเสวนาตีความ : ฝึกวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อการประยุกต์ใช้
  • การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่และการฝึกประสบการณ์ (Adult Learning & Experiential Learning) ด้วยวิธีการ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
  • เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้มุมมองหลักคิดผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง (Case Study and Simulation) ทำให้การเรียนรู้ เกิดเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

Please follow and like us:
SHARE