หลักสูตร แก้ปัญหาอย่างไร ?…ให้ ‘หลุดกรอบ’ แต่ “ตอบโจทย์ธุรกิจ” ! (Is & Is Not -The intensive & innovative Problem Solving (iPS)

ทำไม ? ต้อง Is & Is Not : แนวคิดและทักษะการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพนักงานในองค์กรแทบทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน ลงมาถึงระดับปฏิบัติการ โดยเฉพาะกลุ่มคนต้องทำหน้าที่ในการควบคุม และจัดการให้ผลลัพธ์งานแต่ละหน้างานให้ออกมาตามที่องค์กรคาดหวัง ซึ่งพนักงานในกลุ่มงานดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยกระบวนการ หรือทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อจัดการและแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสมเท่านั้น จึงจะทำให้ผลลัพธ์ของงานในเชิงพัฒนาดังที่กล่าวมาแล้วสำเร็จลุล่วง และเป็นไปตามตามเป้าหมายที่วางไว้ ปัญหาและอุปสรรคขององค์กรไทยในปัจจุบัโดยส่วนใหญ่พบว่า แนวคิด ตลอดจนทักษะการวิเคราะห์ และแก้ปัญหาของคนในองค์กรยังต้องพัฒนา และเติมเต็มกันอีกมาก สาเหตุหลักมาจากการขาดการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง และต่อเนื่อแม้ว่าบางองค์กรจะได้พยามนำเอาเครื่องมือจากหลายๆ ค่าย เช่น ค่ายอเมริกา หรือจากญี่ปุ่น ก็ตาม ก็ยังใช้ผิดๆ ถูกๆ ไม่ได้เข้าใจแก่นแท้ของคำว่า “ปัญหา” ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง จึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง หลักสูตร “แก้ปัญหาอย่างไร? ให้ ‘หลุดกรอบ’ แต่ตอบโจทย์ธุรกิจ (Is & Is Not -The...

หลักสูตร : นวัตกรรมกระบวนคิดเชิงออกแบบ สำหรับนักบริหาร (The Design Thinking for Executive)

ความสำคัญและที่มาของหลักสูตร : คำว่า Design Thinking หรือกระบวนคิดเชิงออกแบบ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องอธิบายกันหลายวันกว่าจะเข้าใจ และมองเห็นภาพว่าคืออะไร แต่ในชั่วโมงนี้ต้องบอกว่าแทบทุกองค์กรต่างก็ได้เริ่มศึกษาเรียนรู้กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กลายเป็นกระแสที่ทำตามๆกันมา แต่หลายองค์กรนำไปประยุกต์ใช้งานทั้งๆที่ยังไม่รู้จักเครื่องมือนี้อย่างดีพอ ทำให้เห็นผลไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรมเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และโอกาส หากจะว่าไปแล้ว Design Thinking ก็คือยา หรือ Solution ตัวหนึ่งที่ใช้จัดการกับอาการป่วย หรือปัญหาบางประเภทที่เกิดขึ้นในองค์กร ก่อนนำไปประยุกต์ใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งถึง รูปแบบของปัญหา ตัวตน รายละเอียด ตลอดจนคุณลักษณะพิเศษของเครื่องมือตัวนี้ให้ดีเสียก่อน เครื่องมือ Design Thinking ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้งานในโหมดของงาน Routine หรืองานประจำที่ทำงานแบบเดิมๆ ซ้ำๆ หรือทำเป็นประจำ แต่เหมาะที่สุดสำหรับการประยุกต์ใช้ในการออกแบบ, ปรับปรุงแก้ไข, เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ไปสู่สิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในองค์กร โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจหน้าที่เต็มในการดำเนินการในสิ่งต่างๆให้กับองค์กรดังที่กล่าวมา ยิ่งมีความจำเป็นในการยกระดับทักษะดังกล่าวให้สูงขึ้น Design Thinking ในโหมดของนักบริหารนั้นจะมุ่งเน้นการทำความเข้าใจแก่นแท้ใน 3 ด้านคือ...

หลักสูตร : การคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหาร (Executive decision making and Strategic Thinking)

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary) หลักสูตรนี้มีความมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียนให้สามารถจำแนกแจกแจงองค์ประกอบของประเด็นที่สนใจหรือปมปัญหาแล้วหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้นเพื่อค้นหารากของต้นเหตุที่แท้จริงของสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เราสามารถเข้าใจประเด็นหรือปมปัญหานั้นอย่างกระจ่างก่อนจะสรุป อันจะนำไปสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ถูกต้องเหมาะสม โดยการใช้รูปแบบการทำสอนและการลงมือทำกิจกรรมเชิงคิดวิเคราะห์(Analytic Thinking Practice) ให้เกิดความตระหนักรู้ โดยอาศัยกระบวนการโค้ชคอยทำหน้าที่สร้างการตื่นรู้ (Self-Awareness) ซึ่ง “การเรียนรู้แนวนี้นั้นจะช่วยทำให้ผู้เรียนได้คิด พูด และลงมือทำแบบฝึกหัดฝึกการคิดวิเคราะห์และกิจกรรมด้วยตัวเองและร่วมกับผู้อื่น จนเกิดการตระหนักรู้ จนสามารถสร้างประยุกต์ใช้ในการทำงานได้เมื่อเจอสถานการณ์จริง” ซึ่งประเด็นสำคัญใช้ในการพัฒนานั้น ได้แก่ การเรียนรู้เท่าทันกระบวนการรับรู้ของมนุษย์ การใช้เหตุผลเชื่อมโยง แยกแยะสิ่งที่ไม่จริง หรือ เสมือนจริง ออกจาก สิ่งที่เป็นจริง การตึความข้อมูล การประเมินคุณค่าของสิ่งต่างๆเพื่อการตัดสินใจ ทำให้เขามีหลักคิดที่ถูกต้องและแยบคาย รอบคอบ เพื่อให้ผู้เรียนแต่ละคนสามารถแสดงศักยภาพในการคิดออกมาอย่างเต็มกำลัง หลักการ/แนวคิด "ความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง เพราะความคิดจะนำไปสู่การกำหนดค่านิยม ทัศนคติ การแสดงออกทางพฤติกรรม และความรู้สึกต่าง ๆ ทำให้ความคิดจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวให้กับคนหรือองค์กรนั้นได้ ดังนั้นองค์กรที่มุ่งสู่อนาคตจึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาการคิดให้กับคนเป็นอันดับสำคัญที่สุด การคิดวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์นั้นมีบทบาทสำคัญในการแจกแจงองค์ประกอบของประเด็นที่สนใจหรือปมปัญหาแล้วหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้นเพื่อค้นหารากของต้นเหตุที่แท้จริงของสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เราสามารถเข้าใจประเด็นหรือปมปัญหานั้นอย่างกระจ่างก่อนจะสรุป อันจะนำไปสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ถูกต้องเหมาะสม จนสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ศักยภาพขององค์กรในปัจจุบัน และมองภาพอนาคตขององค์กรได้ไกลขึ้น วัตถุประสงค์ของหลักสูตร ...

หลักสูตร : การคิดเชิงตรรกะเพื่อการแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ (Logical Thinking for Problem solving & Decision Making)

Key Highlights:  เข้าใจกระบวนการทำงานและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดเชิงตรรกะและการแก้ปัญหาเชิงระบบ ค้นหาสาเหตุของปัญหากระบวนการคิดเชิงตรรกะและการแก้ปัญหาเชิงระบบ The 5i Approach to  Problem Solving วางพื้นฐานความเข้าใจและแนวพัฒนาการแก้ปัญหาเชิงระบบ (Systematic Problem) 6 sigma DMAIC  และPDCA Problem solving method เครื่องมือสำหรับการคิดเชิงตรรกะและเทคนิคการแก้ปัญหาเชิงระบบ Fish bone (Cause & Effect Diagram) ฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการคิดเชิงตรรกะและการแก้ปัญหาเชิงระบบ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการวิเคราะห์คุณค่าและตัดสินใจวางแผนงานที่เหมาะสมกับลักษณะงานของตนและองค์กรได้ หลักการและแนวคิด การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Development) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการทำงานให้กับพนักงานแต่ละคนให้พนักงานมีความกระตือรือร้นในการทำงาน สร้างแรงจูงใจในการทำงาน และสร้างให้พนักงานมีคุณลักษณะพึงประสงค์ขององค์กรให้ได้ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะต้องทำความเข้าใจและหาสาเหตุที่แท้จริงได้ เพื่อทำการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ Logical Thinking มีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะการมี Logical Thinking ในการทำงาน จะช่วยให้ผู้ร่วมงานมีการแก้ปัญหาอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้...

หลักสูตร พื้นฐานการคิดเชิงอนาคต เพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ (Futuristic Thinking Introduction)

หลักคิดและหลักคาดการณ์ หลักคิด สรรพสิ่งเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนเกี่ยวเนื่องกัน หมายความว่า บนโลกของเรานั้นทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น เช่น การตัดไม้ทำลายป่าส่งผลให้ในช่วงฤดูฝนเกิดภัยธรรมชาติน้ำท่วม และส่งผลต่อประชาชน เป็นต้น หลักคาดการณ์ พิจารณาจาก ปัจจัยขับเคลื่อนอนาคตอย่างองค์รวม ปัจจัยขับเคลื่อนอนาคต หมายถึง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดอนาคตของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราต้องคาดการณ์ว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นเช่นไรในอนาคต และจะกระทบต่อเป้าหมายที่เราต้องบรรลุอย่างไรบ้าง สิ่งที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเหล่านี้แบ่งออกเป็น ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก  ปัจจัยภายในเป็นลักษณะที่เราสามารถบอกถึงตัวตนได้ และปัจจัยภายนอกเช่น ครอบครัว เพื่อน สถานที่พักอาศัย เป็นต้น การคิดเชิงอนาคต คือความสามารถในการฉายภาพแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้หลักคาดการณ์ที่เหมาะสม การคิดเชิงอนาคตเป็นการฉายภาพไปสู่อนาคตหากเราตั้งคำถามเหล่านี้จะมีคำตอบได้หากเราใช้กระบวนการคิดเชิงอนาคต เช่น ถ้าตัดสินใจทำสิ่งนี้ อาจจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง?   ขณะนี้เป็นเช่นนี้ ต่อไปอาจจะเป็นเช่นไรได้บ้าง? การคิดเชิงอนาคตนั้นเป็นการคิดมิติใหม่ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องฝึกการคิดเชิงอนาคต ซึ่งการคิดเชิงอนาคตทำให้เกิดประโยชน์ อาทิเช่น เพราะเราต้องอยู่เพื่ออนาคต ไม่ใช่ปัจจุบัน การคิดเชิงอนาคตทำให้เราสามารถปรับตัวและทันต่อสถานกาณ์ได้ เพราะช่วยให้ตัดสินใจวันนี้ได้ดี เพื่ออนาคตที่ดีกว่า (เพราะการคิดเชิงอนาคตทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ดีเนื่องจากเราสามารถวิเคราะห์อนาคตได้ดี และทันต่อการเปลี่ยนแปลง) ...

หลักสูตร: การบริหารโครงการ (Project Management)

หลักการ/แนวคิด หากกล่าวถึงคำนิยามหรือความหมายของ “การบริหารโครงการ (Project Management)” แล้ว จะหมายถึง การจัดการ (หรือบริหาร) โครงการที่ต้องอาศัยพื้นฐานของกระบวนการจัดการไม่ว่าจะเป็นการวางแผน (Planning) การจัดองค์การ (Organizing) การนำ (Leading) หรือการจูงใจ (Motivating) และการควบคุม (Controlling) ทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่วางไว้ หรืออาจกล่าวได้ว่า การบริหารโครงการ คือการบริหารจัดการทรัพยากรที่เรามีอยู่ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในปัจจุบัน มักต้องเตรียมแผนบริหารโครงการ ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย ให้สัมพันธ์กันกับระยะเวลาในการดำเนินงาน การบริหารโครงการจึงมีความแตกต่างจากการบริหารงานตามปกติทั่วไปหลายประการ เช่น ใช้ช่วงระยะเวลาและทรัพยากรอย่างจำกัด มีทีมงานหมุนเวียนยืดหยุ่นได้โดยอาศัยความรู้ความชำนาญของบุคลากรในแต่ละ ด้าน ระยะเวลาการทำงานเป็นแบบชั่วคราว ซึ่งมีโอกาสเกิดความขัดแย้งระหว่างการทำงานสูง ดังนั้น การบริหารโครงการ จึงควรทำการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ศึกษาความเป็นไปได้ พัฒนาระบบบริหารโครงการต่อไป ความสำคัญของโครงการ  ...

หลักสูตร เทคนิคการนำตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานมาใช้ประเมินผลสัมฤทธิ์ Managing with KPI

หลักการและเหตุผล KPI เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องหันมาให้ความสนใจกับการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในองค์กร เพื่อไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขัน การประเมินผลงานสมัยใหม่จะเน้นด้านผลลัพธ์และผลสัมฤทธิงานเป็นหลัก และเครื่องมือสำคัญที่องค์กรนำมาใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงาน และบุคคล (ตำแหน่งงาน) คือการกำหนด "ดัชนีชี้วัดผลงาน" (KPI) ย่อมาจากคำภาษาอังกฤษ Key Performance Indicator ซึ่งเป็นวิธีการหรือเครื่องมือที่ใช้ในการวัดผลการดำเนินงานหรือประเมินผลการดำเนินงานขององค์กร ในองค์กรหนึ่งๆ จะมีกิจกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก กิจกรรมเหล่านี้หากไม่ได้รับการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ จึงจำเป็นต้องมี KPI สำหรับวัดผลการดำเนินการของกิจกรรม ตลอดจนการวัดผลการดำเนินการของกิจกรรมอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อองค์ก เพราะเป็นตัวชี้วัดที่สามารถวัดผลสำเร็จหรือล้มเหลวของหน่วยงาน และบุคคล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม นอกจากนั้นยังสามารถนำผลการประเมินไปพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงาน “การออกแบบประเมินผลงานโดยการกำหนดดัชนีชี้วัด ( KPI)” จึงจำเป็นยิ่งสำหรับองค์กรยุคปัจจุบันและอนาคตที่มีการแข่งขันสูง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการประเมินผลงานและตัวชี้วัด (KPI) และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบประเมินผลงาน และกำหนดปัจจัยในการประเมินผลในหน่วยงานและตำแหน่งงานได้ เพื่อให้องค์กรมีปัจจัยการประเมินผลงาน และ KPI ที่สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทในทุกหน่วยงาน...

หลักสูตร :กลยุทธ์การเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน และรับมือกับลูกค้าเจ้าปัญหา (หลักสูตร 1 วัน)

Key Highlights: หลักการตั้งเป้าหมายองค์กรและบริหารทีมเพื่อชนะใจลูกค้า ▪ ความสำคัญและคุณค่าของเวลาของการบริหารเวลาเพื่อสมดุลยของการทำงานและชีวิต ▪ การบริหารการจัดลาดับความสำคัญของงาน (Work Priority ) และกำหนดเวลาให้เหมาะกับตนเอง ▪ เทคนิควิธีการวางกลยุทธ์การทางานเป็นทีมและเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ▪ วิธีการแปลงแนวคิดสู่ภารกิจย่างเป็นรูปธรรม เพื่อ บรรลุภารกิจ และเพื่อชนะใจลูกค้าและทุกคนในองค์กร ▪ แนวทางในการบริหารทั่วไปและการทางานภายใต้ ปัจจัยการผลิตและศักยภาพที่แท้จริงขององค์กร ▪ แนวทางสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กรเพื่อความสำเร็จร่วมกัน หลักการและเหตุผล ในยุคที่ทุกคนช่วงชิงลูกค้าทั้ง On ground และ On line ทาให้คู่แข่งของเราเพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย ผลกระทบทางธุรกิจสามารถเกิดขึ้น ได้จากการปรับตัวเพียงเล็กน้อยของผู้คนในระบบเศรษฐกิจทำให้คู่แข่งสามารถมาจากทุกหนทุกแห่งบนโลก การทางานร่วมกันเพื่อสร้างธุรกิจกลายเป็นหัวใจสำคัญที่องค์กรต้องมีการพัฒนาตลอดเวลา เพราะความสำเร็จไม่อาจเกิดขึ้น ได้จากคนเพียงคนเดียว และยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแต่ขายสินค้า แต่คือการขายความพึงพอใจให้ลูกค้า บุคลากรทุกคนในองค์กรจึงต้องร่วมมือกัน สร้างสินค้าและบริการที่ดีและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ และช่วยเหลือลูกค้าให้ได้ประโยชน์สูงสุด มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและหลังการขายและมีความสุขในในการทำงาน หลักสูตรนี้ถูกออกแบบเพื่อให้ความรู้ ปรับทัศนคติ เพิ่มทักษะ และ ลงมือปฏิบัติจริง มีการถ่ายทอดกรณีศึกษาในการประยุกต์ใช้งานในลักษณะต่างๆผ่านวิทยากรที่มีประสบการณ์ความสำเร็จในการนำแนวคิดในการใช้บริหารองค์กรให้มีความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเปิดมุมมองเกี่ยวกับโอกาสให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตนเอง จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ วัตถุประสงค์ ...

หลักสูตร: ปรับ Mindset ปลุก Passion เพื่อสร้างความสำเร็จในการทำงาน (หลักสูตร 1 วัน)

หลักการและแนวคิด ในการทำงานภายในองค์การนั้น Mindsetของพนักงานเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการบริหารองค์การ และเป็นการกระตุกเตือนถึงปัญหาต่าง ๆ ขององค์การ เพราะถ้าพนักงานนั้นมี Mindset ที่ดีต่อองค์การหรือการทำงาน ก็จะทำให้พนักงานนั้นรู้สึกมีความสุข และมีความพึงพอใจในการทำงาน  แต่ในขณะเดียวกันถ้ามีพนักงานบางคนหรือบางกลุ่มที่มี Mindset ที่ไม่ดีต่อองค์การหรือการทำงาน  ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาภายในองค์การได้  ซึ่งสิ่งที่ผู้บริหารควรจะต้องทำคือ พยายามลบล้าง Mindset ที่ไม่ได้ออกไปจากความรู้สึกของพนักงาน และสร้างMindsetใหม่ที่เป็นทัศนคติที่ดีให้กับพนักงานเหล่านั้น Mindset มีทั้งที่เป็นบวก และที่เป็นลบ  ซึ่งจะมีผลต่อองค์การเป็นอย่างมาก  ถ้า Mindset ของพนักงานถูกต้องกับองค์การและงาน พนักงานจะสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ๆ ให้กับองค์การและแสดงศักยภาพภายในตัวเองออกมา  แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าพนักงานขององค์การนั้นเกิด Mindset ที่ไม่ถูกต้อง(เป็นลบ)ต่อองค์การ หรือต่องานที่ทำแล้ว  ก็อาจจะทำให้พนักงานนั้นเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานนั้นขาดความรับผิดชอบ ทำแค่เพียงให้ผ่านไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น  โดยที่ไม่มีจุดมุ่งหมายในการทำงาน และไม่มีความตั้งใจที่จะทำให้งานนั้นสัมฤทธิ์ผล   ถ้าพนักงานสามารถปรับเปลี่ยน Mindset ที่ไม่ถูกต้องออกไปได้  วันข้างหน้านั้นองค์การและพนักงานทุก...

หลักสูตร: วิทยากรมืออาชีพ Train the Trainer

หลักสูตร: วิทยากรมืออาชีพ Train the Trainer  (หลักสูตร 12 ชั่วโมง) หลักการและเหตุผล การสร้างวิทยากรมืออาชีพ ปัญหาประการหนึ่งสำหรับผู้ที่เป็นวิทยากรภายในหน่วยงาน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพหรือสายงานที่ปฏิบัติ  คือการขาดทักษะ(Skill) และเทคนิคการถ่ายทอด ความเข้าใจในลักษณะการเรียนรู้ของผู้เข้าอบรม การเตรียมแผนการสอน และอุปกรณ์ต่างๆ   ที่เหมาะสม ตลอดจนกระบวนการสอนที่มีประสิทธิภาพ  ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุจุดมุ่งหมายของการอบรมที่กำหนดไว้ ดังนั้นเพื่อให้ผู้ถ่ายทอดความรู้ มีจิตวิทยาและทักษะที่ถูกต้อง จึงควรมีการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรสู่ความเป็นมืออาชีพทำให้การฝึกอบรมประสบความสำเร็จด้วยดี หลักสูตรนี้ถูกออกแบบเพื่อให้ความรู้ การถ่ายทอดกรณีศึกษาในการประยุกต์ใช้งานในลักษณะต่างๆผ่านวิทยากรที่มีประสบการณ์ความสำเร็จในการนำแนวคิดในการใช้บริหารองค์กรให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเปิดมุมมองเกี่ยวกับโอกาสให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ   วัตถุประสงค์ เพี่อสร้างวิทยากรรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการถ่ายทอดงาน สร้างให้มีทัศนคติเชิงบวกต่องาน และมองเป้าหมายที่ได้รับเป็นเรื่องที่ท้าทาย มุ่งมั่นที่จะบรรลุความสำเร็จ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นวิทยากรมืออาชีพ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจในหลักการเป็นวิทยากรอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เห็นแนวการเป็นวิทยากรของตนเอง ที่มีความเชื่อมั่น ได้รับการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรจากการฝึกปฏิบัติจริงในคลาส สามารถประยุกต์ใช้หลักการ และทักษะการเป็นวิทยากร เพื่อถ่ายทอดความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ วิทยากร หรือผู้บริหาร ที่ต้องมีการสอนงานในองค์กร ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร หน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรที่ต้องการยกระดับการพัฒนาวิทยากรภายในของตนเอง สู่การเป็นองค์กรที่สร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ภาคการศึกษาที่ต้องก้าวให้ทันกับรูปแบบเครื่องมือการศึกษาสมัยใหม่ โครงสร้างหลักสูตร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการและการประยุกต์แนวคิดการพัฒนาตนเองในการเป็นวิทยากรมืออาชีพที่แท้จริง ประกอบด้วยการบรรยาย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมฝึกอบรม...

หลักสูตร: หัวหน้างานกับการกำหนดเป้าหมายและการวางแผน (Goal Setting and Action Planning for Supervisor)

“ความสำเร็จ”  คือการไปถึงเป้าหมายที่ดีและมีคุณค่าในจิตใจ ด้วยการวางแผนอย่างไตร่ตรอง เพื่อการชนะอุปสรรคปัญหาทุกอย่างที่ขวางหน้า  หลักการและแนวคิด  การกำหนดเป้าหมายขององค์กร  เป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางที่องค์กรจะมุ่งไปอย่างชัดเจน ซึ่งเริ่มจากกระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์กรทุกมิติ ไปสู่การมองเห็นโอกาสใดบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อการเติบโต หรือ ดำรงอยู่ขององค์กร การวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ที่ทำด้วยความละเอียด รอบคอบ จะทำให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่ คม ชัด ลึก มีคุณภาพ จนเราสามารถกำหนดเป้าหมายขององค์กร เป้าหมายขององค์กร นั้นเป็น “เป้าหมายเชิงกลยุทธ์” (Strategic Goal) ที่ถือเป็นเป้าหมายหลัก เป็นเป้าหมายสำคัญที่จะใช้ในการสื่อสารอย่างทั่วถึงภายในองค์กร ที่แต่ละหน่วยงานภายในองค์กร จะต้องนำมาพิจารณากำหนดแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของตน ให้สอดคล้องและสนับสนุนต่อเป้าหมายเชิงกลยุทธ์หลักดังกล่าว เป้าหมายที่ดี ควรมีลักษณะ SMART ซึ่งมาจากอักษรต้นของคำว่า SPECIFIC                เป้าหมายต้องมีลักษณะเฉพาะเจาะจง MEASURABLE         เป้าหมายควรวัดได้เป็นตัวเลข ประเมินค่าเปรียบเทียบได้ และใช้ติดตามผลได้ ACTION ORIENTED เป้าหมายต้องระบุถึงสิ่งที่จะกระทำ และนำไปสู่การกำหนดกิจกรรมรองรับได้ชัดเจน REALISTIC              เป้าหมายต้องเป็นจริงได้ แต่ไม่ง่ายจนเกินไป เป้าหมายที่ดีต้องมีความท้าทาย TIMELY                   ต้องมีกรอบของระยะเวลาที่ชัดเจน แน่นอน กำหนดไว้ การกำหนดเป้าหมายที่ดีและมีคุณภาพจะนำไปสู่แผนปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป วัตถุประสงค์ พัฒนาเพื่อให้เกิดความเข้าใจจนเราสามารถกำหนดเป้าหมายขององค์กรและแผนปปฏิบัติการได้จริง ...

หลักสูตร การสื่อสารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Business Communication Skills)

หลักการ/แนวคิด การสื่อสาร ประกอบด้วยกระบวนการย่อย คือ กระบวนการคิด กระบวนการใช้ภาษา กระบวนการส่ง – รับ และแลกเปลี่ยนข่าวสาร เพื่อความเข้าใจร่วมกัน มีความสัมพันธ์กับกระบวนการทางจิตวิทยา สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมทางกายภาพของมนุษย์      “การสื่อสาร” ไม่ได้สิ้นสุดเพียงแต่ผู้ส่งสารส่งข่าวสาร ข้อมูลความคิดเห็น ความเข้าใจความรู้สึกไปให้ผู้รับสารเท่านั้น แต่ผู้รับสารสามารถส่งข่าวสาร ข้อมูลความคิดเห็น ความเข้าใจเป็นปฏิกิริยาย้อนกลับ  (feed back) ไปให้ผู้ส่งสารได้เช่นกัน ซึ่งกระบวนการนี้ เรามักมุ่งสังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบเป็นสำคัญ กิริยาโต้ตอบแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ คือ ปฏิกิริยาโต้ตอบในทางบวก (Positive) รับแล้วพอใจ กระตือรือร้นที่จะส่งสารออกไป ปฏิกิริยาโต้ตอบในทางลบ (Negative) จะมีผลเกิดขึ้นใน 2 ลักษณะ คือ 2.1 ปฏิกิริยาต่อต้านและจะทำต่อไป 2.2 ปฏิกิริยาที่จะหยุดการส่งสารทันที การส่งสารที่ดีต้องอาศัยคุณสมบัติของผู้ส่งสาร ผู้รับสาร...

Contact Us

Contact person : NartiyaSomaket
Tel: 662 0032125, 668 59391593
E-Mail : kcta.training@gmail.com , nartiya@kctathailand.com

หลักสูตรน่าสนใจ / Training Trend