หลักสูตร : คิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างและขับเคลื่อนนวัตกรรม (Creative Thinking & Driving Innovation) (หลักสูตร 2 วัน)

      โดย ไกรกิติ ทิพกนก วิทยากร,ที่ปรึกษาและ วิทยากรประจำสถาบัน KCT Academy   ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม ในปัจจุบันความคิดสร้างสรรค์และการขับเคลื่อนนวัตกรรมมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันสำหรับองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร และการขับเคลื่อนนวัตกรรม บุคคลากรจึงควรมีทักษะความคิดสร้างสรรค์และเข้าใจแนวความคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ตลอดจนการบริการ จนสามารถสร้างนวัตกรรมการทำงานได้ วัตถุประสงค์ ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจแนวความคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมและตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรม ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กรและปัจจัยแห่งความสำเร็จ ผู้เข้าอบรมได้รับการฝึกการคิดในการสร้างและขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กร วิธีการ-จุดเน้น-และการติดตามผล ลักษณะของการอบรมช่วงเช้าเป็นการบรรยายเพื่อให้ผู้ฟังมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการคิดสร้างสรรค์และกระบวนการสร้างนวัตกรรม การบรรยายเน้นเรื่องความตระหนัก เพิ่มMindset และการมีส่วนร่วม อันเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในการทำให้ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นในองค์กร ส่วน  Workshop จะทำให้ผู้อบรมเห็นภาพอย่างชัดเจนด้วย ฝึกปฏิบัติทักษะความคิดเชิงนวัตกรรมด้วยเครื่องมือที่กำลังได้รับความนิยม ในส่วนการติดตามผล วิทยากรจะใช้วิธีการให้ผู้อบรมกลับไปสร้างนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานของตนเองและส่งข้อมูลให้วิทยากรประเมินหลังจากการฝึกอบรมแล้วประมาณ 3 เดือน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์กรด้วย) หลักสูตรเหมาะสำหรับผู้บริหารระดับต้นถึงระดับกลาง และผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารที่การทำงานเกียวข้องกับการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร หัวข้อการฝึกอบรม Session ช่วงเวลา รายละเอียดเนื้อหา 1 Self-Learning 1 วัน ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมคืออะไร? ·       ในการเริ่มต้นผู้เข้าร่วมจะกำหนดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม พวกเขาจะสำรวจศักยภาพในการสร้างสรรค์ของพวกเขาด้วย ความคิดสร้างสรรค์ส่วนบุคคล ·       วิธีการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ·       แนวคิดการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเอง ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในธุรกิจ ·       ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ·       ลักษณะของนวัตกรรม แนวความคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับนวัตกรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ·       ประเภทของนวัตกรรมต่างๆ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และการบริการ ตัวอย่างโมเดลนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์เหมาะสมกับกระบวนการแก้ปัญหาแบบไหน ·       เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการแก้ปัญหาแบบดั้งเดิมและแบบจำลองการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ·       เรียนรู้วิธีการกำหนดปัญหาขั้นตอนแรกที่สำคัญก่อนที่จะเริ่มการแก้ปัญหา ·      ...

หลักสูตร : นวัตกรรมกระบวนคิดเชิงออกแบบ สำหรับนักบริหาร (The Design Thinking for Executive)

ความสำคัญและที่มาของหลักสูตร : คำว่า Design Thinking หรือกระบวนคิดเชิงออกแบบ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องอธิบายกันหลายวันกว่าจะเข้าใจ และมองเห็นภาพว่าคืออะไร แต่ในชั่วโมงนี้ต้องบอกว่าแทบทุกองค์กรต่างก็ได้เริ่มศึกษาเรียนรู้กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กลายเป็นกระแสที่ทำตามๆกันมา แต่หลายองค์กรนำไปประยุกต์ใช้งานทั้งๆที่ยังไม่รู้จักเครื่องมือนี้อย่างดีพอ ทำให้เห็นผลไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรมเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และโอกาส หากจะว่าไปแล้ว Design Thinking ก็คือยา หรือ Solution ตัวหนึ่งที่ใช้จัดการกับอาการป่วย หรือปัญหาบางประเภทที่เกิดขึ้นในองค์กร ก่อนนำไปประยุกต์ใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งถึง รูปแบบของปัญหา ตัวตน รายละเอียด ตลอดจนคุณลักษณะพิเศษของเครื่องมือตัวนี้ให้ดีเสียก่อน เครื่องมือ Design Thinking ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้งานในโหมดของงาน Routine หรืองานประจำที่ทำงานแบบเดิมๆ ซ้ำๆ หรือทำเป็นประจำ แต่เหมาะที่สุดสำหรับการประยุกต์ใช้ในการออกแบบ, ปรับปรุงแก้ไข, เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ไปสู่สิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในองค์กร โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจหน้าที่เต็มในการดำเนินการในสิ่งต่างๆให้กับองค์กรดังที่กล่าวมา ยิ่งมีความจำเป็นในการยกระดับทักษะดังกล่าวให้สูงขึ้น Design Thinking ในโหมดของนักบริหารนั้นจะมุ่งเน้นการทำความเข้าใจแก่นแท้ใน 3 ด้านคือ...

หลักสูตรความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง

Hand photo created by master1305 - www.freepik.com หลักสูตร ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง Creative & Innovative Thinking for Continuous Improvement   ความสำคัญและที่มาของหลักสูตร ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจขององค์กร คือสิ่งที่ผู้บริหารทุกองค์กรต้องการซึ่งก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความสำเร็จดังกล่าวนี้เกิดขึ้น แต่การที่แต่ละองค์กรจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนดังที่กล่าวมานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการปรับปรุงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โชคร้ายที่ในปัจจุบันการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพียงอย่างเดียวที่ทำแบบเดิมๆ ไปเรื่อยๆหรือทำแบบขอไปที อาจได้ผลลัพธ์แบบสวนทางเนื่องจากสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้าไปช่วยยกระดับผลงานในแทบทุกกระบวนการเพื่อสรรค์สร้างสิ่งใหม่ที่เรียกว่า “นวัตกรรม” แต่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เรียกว่านวัตกรรมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายองค์กรทำไปด้วยความไม่รู้ลึก ไม่รู้จริง จึงทำไปแบบครึ่งๆกลางๆ ไม่สามารถหวังผลลัพธ์ได้ สำหรับการคิดสร้างสรรค์ หรือสร้างนวัตกรรมถือเป็นทักษะสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีปรับเปลี่ยนเร็ว ทักษะดังกล่าวจะช่วยพัฒนาบุคคลากรแต่ละหน่วยงานให้มีความสามารถในการคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหนือกว่าและแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งนั่นก็หมายถึงองค์กรนั้นๆต้องมีนวัตกรรมที่เหนือกว่านั่นเอง แต่นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ หรืออาจกล่าวได้ว่า “ความคิดสร้างสรรค์คือจุดเริ่มต้นหรือจุดกำเนิดของนวัตกรรม” ซึ่งหากปราศจากความคิดสร้างสรรค์แล้วนวัตกรรมที่เลิศหรูก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการพัฒนากระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ของบุคคลากรภายในองค์กรจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนนวัตกรรมของแต่ละองค์กรให้เข้าใกล้ความจริง หลักสูตร “Creative & Innovative Thinking for Continuous Improvement...

หลักสูตรทักษะการปรับประยุกต์และการปรับปรุงงาน

หลักสูตร “ทักษะการปรับประยุกต์และการปรับปรุงงาน” หลักการและเหตุผล องค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ต่างตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ลูกค้ามีความคาดหวังและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คู่แข่งก็พัฒนาสินค้าและบริการอยู่ตลอดเวลา หากเรายังใช้วิธีการทำงาน มีสินค้าและให้บริการเหมือนเดิม ผลลัพธ์ก็ย่อมไม่หนีไปจากเดิม อาจทำให้สู้คู่แข่งไม่ได้ และต้องหายไปจากตลาดในที่สุด แต่หากลองคิดใหม่ แล้วลองค้นหาวิธีการทำงานใหม่ๆ หาสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ผลลัพธ์ที่ได้ ย่อมแตกต่างไปจากเดิม สิ่งที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตและก้าวลํ้าคู่แข่งได้นั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ “การพัฒนาทักษะการปรับประยุกต์และการปรับปรุงงาน” หลักสูตร ทักษะการปรับประยุกต์และการปรับปรุงงาน เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปเป็นเครื่องมือการคิดวิเคราะห์ เพื่อปรับประยุกต์ใช้ในการริเริ่มพัฒนาวิธีการและกระบวนการทำงานใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้สำหรับการปรับปรุงงานประจำให้ดีขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และตัวพนักงาน   วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาความคิดแบบต่างๆ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำงานภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้เครื่องมือการคิดและวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการริเริ่มและพัฒนาปรับปรุงงานให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกทักษะการคิดแบบต่างๆ และสามารถเชื่อมโยงการคิดแบบต่างๆเพื่อพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น   หัวข้อการบรรยาย/กิจกรรม No Topic Objective Key Content 1 กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์                     (Ice Breaking)   §  หลอมละลายอัตตา  (ปรับความคิด) หลอมใจเป็นหนึ่ง สร้างความคุ้นเคย สนิทสนม §  กิจกรรมส่งเสริมให้กล้าแสดงออก สร้างความสนิทสนมให้รู้จักกันมากขึ้น  ระหว่างเพื่อนร่วมงานระหว่างแผนก โดยรูปแบบกิจกรรมเป็นรูปแบบทักทาย เปิดตัวเอง เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ...

หลักสูตรการคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างนวัตกรรมองค์กร

วิธีการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อนวัตกรรมองค์กร Systematic Inventive Thinking หลักการ/แนวคิด การคิดเชิงระบบ ( Systems Thinking ) หมายถึง การคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่มองภาพรวมอย่างเป็นระบบ มีส่วนประกอบย่อย ๆ โดยอาศัยการคิดในรูปแบบโดยทางตรงและโดยทางอ้อม การคิดระบบโดยทางตรงมีเป้าหมายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่จำแนก รูปแบบการคิดตามพื้นฐานของมนุษย์ แต่แยกรูปแบบการคิดโดยมุ่งที่เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ โดยจำแนกออกเป็น 3 แบบ การคิดเพื่อรู้เข้าใจหน่วยระบบ การคิดเพื่อวิเคราะห์และประเมินหน่วยของระบบ การคิดเพื่อออกแบบ และก่อตั้งหน่วยระบบ ในองค์กรแห่งการเรียนรู้ การสร้างให้บุคลากรมีความสามารถในการคิดเชิงระบบจะทำให้เกิดผลดีห้าประการต่อองค์กรได้แก่ การคิดเชิงระบบ (System Thinking) ทำให้บุคคลากรสามารถมองเห็นวิธีคิดและภาษาที่ใช้อธิบายพฤติกรรมความเป็นไปต่าง ๆ ถึงความเชื่อมโยงต่อเนื่องของสรรพสิ่งและเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์ ผูกโยงกันเป็นระบบ เป็นเครือข่ายด้วยสภาวะการพึ่งพาอาศัยกัน สามารถมองปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นวัฎจักรโดย นำมาบูรณาการเป็นความรู้ใหม่ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงระบบได้อย่างมีประสิทธิผลสอดคล้องกับความเป็นไปในโลกแห่งความจริง แบบแผนความคิด (Mental Model) คือ ทำให้บุคคลากรตระหนักถึงกรอบแนวคิดของตนเอง รูปแบบความคิดความเชื่อที่มีผลต่อการตัดสินใจและการกระทำของตน และพยายามพัฒนารูปแบบความคิดความเชื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและสามารถที่จะบริหารปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของตนได้ ...

Contact Us

Contact person : NartiyaSomaket
Tel: 662 0032125, 668 59391593
E-Mail : kcta.training@gmail.com , nartiya@kctathailand.com

หลักสูตรน่าสนใจ / Training Trend