หลักสูตร : การบริหารและทักษะในการจัดการทีมเสมือนจริงอย่างมีประสิทธิภาพ (Facilitate Virtual Team) (หลักสูตร 6 ชั่วโมง) 

 ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม   ทักษะในการจัดการทีมเสมือนจริงอย่างมีประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน เพราะไม่เพียงช่วยในการลดต้นทุนของการทำงาน แต่ยังสร้างความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานเนื่องจากสมาชิกในทีมมีอิสระในการเลือกพื้นที่ทางกายภาพและสภาพแวดล้อมที่ต้องการสำหรับการทำงานตามความสะดวกสบายของตนเอง ทำให้การจัดการจากระยะไกลเป็นมากกว่าการใช้นโยบายการทำงานจากที่บ้าน แต่คือการสร้างนโยบายการทำงานระยะไกล การใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการทำงานระยะไกลและเทคนิคเตรียมทีมของคุณให้พร้อมสำหรับความสำเร็จ  การอบรมของ KCT Academy เน้นที่การทำ Workshop เพราะจะทำให้ผู้อบรมเข้าใจจากการลงมือปฏิบัติและนำไปใช้งานได้จริงอย่างรวดเร็ว  วัตถุประสงค์  เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาความเป็นผู้นำในสภาพแวดล้อมที่ต้องทำงานจากระยะไกล  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างสร้างวัฒนธรรมและแนวปฏิบัติขององค์กรที่ห่างไกล  เพื่อให้ผู้เรียนมีหลักประเมินความพร้อมของทีมและผู้จัดการและการเตรียมการสำหรับการทำงานระยะไกล  เพื่อให้ผู้เรียนเลือกใช้กลยุทธ์พื้นฐานสำหรับการทำงานระยะไกล  หัวข้อการฝึกอบรม  ลำดับ  เวลา  หัวข้อการสอน  1.  09.00 – 10.30  ข้อดีและข้อเสียของการทำงานผ่านการสื่อสารทางไกล (Advantage &Disadvantage of Telecommuting)  ข้อดีและข้อเสียของการผ่านการสื่อสารทางไกลสำหรับพนักงาน บริษัท และสังคม Advantage &Disadvantage of Telecommuting For employees, Company & Society  ความแตกต่าง และความสำคัญของ การทำงานผ่านการสื่อสารทางไกลกับการทำงานจากที่บ้าน (Telecommuting vs Work from home)  ภาวะผู้นำในสภาพแวดล้อมที่ต้องทำงานจากระยะไกล  ตัวอย่าง/กรณีศึกษาองค์กรระดับโลก การบริหารการทำงานระยะไกล  กลยุทธ์ในการเพิ่มผลผลิตของพนักงานจากระยะไกล (The strategy to increase the productivity of their remote workforce)  วิธีวิเคราะห์งานที่ทำโดยพนักงานระยะไกลของคุณ  ออกแบบและจัดการเวิร์กโฟลว์สำหรับพนักงานที่เกี่ยวข้องกับความสามารถใช้เทคโนโลยีการสื่อสารของคนแต่ละGeneration  Millennials  Genx    2.  10.450 – 12.00  เทคนิคปรับใช้กลยุทธ์การทำงานจากที่บ้าน (Deploying work-from-home strategy   ...

หลักสูตร : ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง ผู้บริหาร IOT สำหรับผู้บริหารที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี (Managing IOT without a tech background) (1วัน)

ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม  IOT ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในความก้าวหน้าของธุรกิจ ประกอบกับหนึ่งในสถานการณ์ COVIDs-19 ที่มีความเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทำให้เกิดกระแสการแข่งขันที่เชี่ยวกราดกว่าเดิม ในความเป็นจริงตามการศึกษาพบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทำให้ธุรกิจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจมาก ส่วนหนึ่งมาจากการขาดความสามารถในนำเทคโนโลยี IOT ของผู้บริหารและหัวหน้างานในแต่ละระดับ ซึ่งเราสามารถเสริมความแข็งแกร่ง โดยการเพิ่มองค์ความรู้ ด้าน IOT ให้แก่ ผู้บริหาร IOT สำหรับผู้บริหารที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ให้มีศักยภาพในการแข่งขันสำหรับองค์กรธุรกิจสมัยใหม่เพื่อการตอบโจทย์ลูกค้าและการแข่งขันได้ดีขึ้น   การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จะนำเสนอโดยผู้สอนที่มีประสบการณ์ในการบริหารงาน IOT ทั้งภาครเอกชนและภาครัฐมากกว่า 10 ปี ที่พร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์จริง และนำองค์ความรู้ ทักษะ และเทคนิคที่สำคัญ มาส่งเสริมให้องค์กรมีความสามารถสร้างทีมขายที่สร้างผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม    วัตถุประสงค์  เพื่อมีความรู้ และทำความเข้าใจกับเทคโนโลยี IOT เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขัน  เพื่อฝึกฝนทำความเข้าใจกับ IOT ที่มีผลกระทบกับรกระบวนการผลิต และวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายในภายนอกที่มีผลต่อ IOT และการทำงานขององค์กร     วิธีการ-จุดเน้น-และการติดตามผล  ลักษณะของการอบรมเป็นการบรรยายสลับกับการทำกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนฟังมีพื้นฐานความรู้   หัวข้อการฝึกอบรม  คำอธิบายเนื้อหาวิชา  ช่วงที่ 1    เข้าใจองค์ประกอบของเทคโนโลยี Internet of Things คืออะไร  วิวัฒนาการความเป็นมาของ Internet of Things กับกระแสโลก  แนวโน้มความต้องการใช้เทคโนโลยี Internet of Things ในปี 2025   ผู้ขาย/ผู้ผลิตทั่วโลกในปัจจุบัน ในตลาด IoT   Internet of Things เชื่อมโยงกับ Big Data, Mega Data, Artificial Intelligent and BlockChain อย่างไร   เทคโนโลยี Internet of things เชิงประยุกต์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ   ด้านความปลอดภัยระดับเมือง  ด้านอุตสาหกรรมการเกษตร  ด้านการแพทย์ การรักษาและยา  ด้านการศึกษาและงานวิจัย   ...

หลักสูตร : การทำงานยุคใหม่ด้วยแนวคิด Agility (Agility and Innovation Model) (หลักสูตร 2 วัน)

โดย  วิทยากรประจำสถาบัน KCT Academy ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม ในปัจจุบันนวัตกรรมมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันสำหรับองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร และการขับเคลื่อนนวัตกรรม บุคคลากรจึงควรเข้าใจแนวความคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ตลอดจนการบริการ วัตถุประสงค์ เพื่อให้พนักงาน (Manager Level) มีความรู้ความเช้าใจ เรื่อง agility and innovation แนวทางของคอร์สอบรมนี้จะเป็นการ Workshop ให้เห็นถึงกระบวนการพัฒนานวัตกรรมในองค์กร เพื่อให้ผู้ร่วมอบรมพร้อมที่จะนำไปเข้าร่วมโครงการ “Agility and Innovation Project” ของบริษัท โดยมีการนำเสนอ ทำโปรเจค นำมาปรับปรุง พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง และ การแข่งขันประกวดในองค์กร การอบรมจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจถึงนวัตกรรมก่อน จึงมาถึงการออกแบบนวัตกรรม การคัดเลือก และการทำงานสร้างนวัตกรรม ประเด็นหลักของการอบรม ความเข้าใจในเรื่องนวัตกรรม (Innovation) ความเข้าใจในการออกแบบนวัตกรรม (Design) ความเข้าใจในการคัดเลือกโครงการ (Selection) ความเข้าใจในการนำเสนอ (Pitching) ความเข้าใจหลักการของ...

หลักสูตร : คิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างและขับเคลื่อนนวัตกรรม (Creative Thinking & Driving Innovation) (หลักสูตร 2 วัน)

      โดย ไกรกิติ ทิพกนก วิทยากร,ที่ปรึกษาและ วิทยากรประจำสถาบัน KCT Academy   ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม ในปัจจุบันความคิดสร้างสรรค์และการขับเคลื่อนนวัตกรรมมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันสำหรับองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร และการขับเคลื่อนนวัตกรรม บุคคลากรจึงควรมีทักษะความคิดสร้างสรรค์และเข้าใจแนวความคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ตลอดจนการบริการ จนสามารถสร้างนวัตกรรมการทำงานได้ วัตถุประสงค์ ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจแนวความคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมและตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรม ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กรและปัจจัยแห่งความสำเร็จ ผู้เข้าอบรมได้รับการฝึกการคิดในการสร้างและขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กร วิธีการ-จุดเน้น-และการติดตามผล ลักษณะของการอบรมช่วงเช้าเป็นการบรรยายเพื่อให้ผู้ฟังมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการคิดสร้างสรรค์และกระบวนการสร้างนวัตกรรม การบรรยายเน้นเรื่องความตระหนัก เพิ่มMindset และการมีส่วนร่วม อันเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในการทำให้ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นในองค์กร ส่วน  Workshop จะทำให้ผู้อบรมเห็นภาพอย่างชัดเจนด้วย ฝึกปฏิบัติทักษะความคิดเชิงนวัตกรรมด้วยเครื่องมือที่กำลังได้รับความนิยม ในส่วนการติดตามผล วิทยากรจะใช้วิธีการให้ผู้อบรมกลับไปสร้างนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานของตนเองและส่งข้อมูลให้วิทยากรประเมินหลังจากการฝึกอบรมแล้วประมาณ 3 เดือน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์กรด้วย) หลักสูตรเหมาะสำหรับผู้บริหารระดับต้นถึงระดับกลาง และผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารที่การทำงานเกียวข้องกับการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร หัวข้อการฝึกอบรม Session ช่วงเวลา รายละเอียดเนื้อหา 1 Self-Learning 1 วัน ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมคืออะไร? ·       ในการเริ่มต้นผู้เข้าร่วมจะกำหนดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม พวกเขาจะสำรวจศักยภาพในการสร้างสรรค์ของพวกเขาด้วย ความคิดสร้างสรรค์ส่วนบุคคล ·       วิธีการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ·       แนวคิดการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเอง ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในธุรกิจ ·       ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ·       ลักษณะของนวัตกรรม แนวความคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับนวัตกรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ·       ประเภทของนวัตกรรมต่างๆ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และการบริการ ตัวอย่างโมเดลนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์เหมาะสมกับกระบวนการแก้ปัญหาแบบไหน ·       เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการแก้ปัญหาแบบดั้งเดิมและแบบจำลองการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ·       เรียนรู้วิธีการกำหนดปัญหาขั้นตอนแรกที่สำคัญก่อนที่จะเริ่มการแก้ปัญหา ·      ...

หลักสูตร : นวัตกรรมกระบวนคิดเชิงออกแบบ สำหรับนักบริหาร (The Design Thinking for Executive)

ความสำคัญและที่มาของหลักสูตร : คำว่า Design Thinking หรือกระบวนคิดเชิงออกแบบ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องอธิบายกันหลายวันกว่าจะเข้าใจ และมองเห็นภาพว่าคืออะไร แต่ในชั่วโมงนี้ต้องบอกว่าแทบทุกองค์กรต่างก็ได้เริ่มศึกษาเรียนรู้กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กลายเป็นกระแสที่ทำตามๆกันมา แต่หลายองค์กรนำไปประยุกต์ใช้งานทั้งๆที่ยังไม่รู้จักเครื่องมือนี้อย่างดีพอ ทำให้เห็นผลไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรมเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และโอกาส หากจะว่าไปแล้ว Design Thinking ก็คือยา หรือ Solution ตัวหนึ่งที่ใช้จัดการกับอาการป่วย หรือปัญหาบางประเภทที่เกิดขึ้นในองค์กร ก่อนนำไปประยุกต์ใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งถึง รูปแบบของปัญหา ตัวตน รายละเอียด ตลอดจนคุณลักษณะพิเศษของเครื่องมือตัวนี้ให้ดีเสียก่อน เครื่องมือ Design Thinking ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้งานในโหมดของงาน Routine หรืองานประจำที่ทำงานแบบเดิมๆ ซ้ำๆ หรือทำเป็นประจำ แต่เหมาะที่สุดสำหรับการประยุกต์ใช้ในการออกแบบ, ปรับปรุงแก้ไข, เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ไปสู่สิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในองค์กร โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจหน้าที่เต็มในการดำเนินการในสิ่งต่างๆให้กับองค์กรดังที่กล่าวมา ยิ่งมีความจำเป็นในการยกระดับทักษะดังกล่าวให้สูงขึ้น Design Thinking ในโหมดของนักบริหารนั้นจะมุ่งเน้นการทำความเข้าใจแก่นแท้ใน 3 ด้านคือ...

หลักสูตรความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง

Hand photo created by master1305 - www.freepik.com หลักสูตร ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง Creative & Innovative Thinking for Continuous Improvement   ความสำคัญและที่มาของหลักสูตร ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจขององค์กร คือสิ่งที่ผู้บริหารทุกองค์กรต้องการซึ่งก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความสำเร็จดังกล่าวนี้เกิดขึ้น แต่การที่แต่ละองค์กรจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนดังที่กล่าวมานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการปรับปรุงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โชคร้ายที่ในปัจจุบันการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพียงอย่างเดียวที่ทำแบบเดิมๆ ไปเรื่อยๆหรือทำแบบขอไปที อาจได้ผลลัพธ์แบบสวนทางเนื่องจากสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้าไปช่วยยกระดับผลงานในแทบทุกกระบวนการเพื่อสรรค์สร้างสิ่งใหม่ที่เรียกว่า “นวัตกรรม” แต่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เรียกว่านวัตกรรมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายองค์กรทำไปด้วยความไม่รู้ลึก ไม่รู้จริง จึงทำไปแบบครึ่งๆกลางๆ ไม่สามารถหวังผลลัพธ์ได้ สำหรับการคิดสร้างสรรค์ หรือสร้างนวัตกรรมถือเป็นทักษะสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีปรับเปลี่ยนเร็ว ทักษะดังกล่าวจะช่วยพัฒนาบุคคลากรแต่ละหน่วยงานให้มีความสามารถในการคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหนือกว่าและแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งนั่นก็หมายถึงองค์กรนั้นๆต้องมีนวัตกรรมที่เหนือกว่านั่นเอง แต่นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ หรืออาจกล่าวได้ว่า “ความคิดสร้างสรรค์คือจุดเริ่มต้นหรือจุดกำเนิดของนวัตกรรม” ซึ่งหากปราศจากความคิดสร้างสรรค์แล้วนวัตกรรมที่เลิศหรูก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการพัฒนากระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ของบุคคลากรภายในองค์กรจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนนวัตกรรมของแต่ละองค์กรให้เข้าใกล้ความจริง หลักสูตร “Creative & Innovative Thinking for Continuous Improvement...

หลักสูตรการคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างนวัตกรรมองค์กร

วิธีการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อนวัตกรรมองค์กร Systematic Inventive Thinking หลักการ/แนวคิด การคิดเชิงระบบ ( Systems Thinking ) หมายถึง การคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่มองภาพรวมอย่างเป็นระบบ มีส่วนประกอบย่อย ๆ โดยอาศัยการคิดในรูปแบบโดยทางตรงและโดยทางอ้อม การคิดระบบโดยทางตรงมีเป้าหมายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่จำแนก รูปแบบการคิดตามพื้นฐานของมนุษย์ แต่แยกรูปแบบการคิดโดยมุ่งที่เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ โดยจำแนกออกเป็น 3 แบบ การคิดเพื่อรู้เข้าใจหน่วยระบบ การคิดเพื่อวิเคราะห์และประเมินหน่วยของระบบ การคิดเพื่อออกแบบ และก่อตั้งหน่วยระบบ ในองค์กรแห่งการเรียนรู้ การสร้างให้บุคลากรมีความสามารถในการคิดเชิงระบบจะทำให้เกิดผลดีห้าประการต่อองค์กรได้แก่ การคิดเชิงระบบ (System Thinking) ทำให้บุคคลากรสามารถมองเห็นวิธีคิดและภาษาที่ใช้อธิบายพฤติกรรมความเป็นไปต่าง ๆ ถึงความเชื่อมโยงต่อเนื่องของสรรพสิ่งและเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์ ผูกโยงกันเป็นระบบ เป็นเครือข่ายด้วยสภาวะการพึ่งพาอาศัยกัน สามารถมองปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นวัฎจักรโดย นำมาบูรณาการเป็นความรู้ใหม่ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงระบบได้อย่างมีประสิทธิผลสอดคล้องกับความเป็นไปในโลกแห่งความจริง แบบแผนความคิด (Mental Model) คือ ทำให้บุคคลากรตระหนักถึงกรอบแนวคิดของตนเอง รูปแบบความคิดความเชื่อที่มีผลต่อการตัดสินใจและการกระทำของตน และพยายามพัฒนารูปแบบความคิดความเชื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและสามารถที่จะบริหารปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของตนได้ ...

Contact Us

Contact person : NartiyaSomaket
Tel: 662 0032125, 668 59391593
E-Mail : kcta.training@gmail.com , nartiya@kctathailand.com

หลักสูตรน่าสนใจ / Training Trend