In-House Training Courses

Thinking & Decision Making

Systematic Inventive Thinking

หลักการ/แนวคิด

การคิดเชิงระบบ ( Systems Thinking ) หมายถึง การคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่มองภาพรวมอย่างเป็นระบบ มีส่วนประกอบย่อย ๆ โดยอาศัยการคิดในรูปแบบโดยทางตรงและโดยทางอ้อม การคิดระบบโดยทางตรงมีเป้าหมายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่จำแนก รูปแบบการคิดตามพื้นฐานของมนุษย์ แต่แยกรูปแบบการคิดโดยมุ่งที่เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ โดยจำแนกออกเป็น 3 แบบ

  1. การคิดเพื่อรู้เข้าใจหน่วยระบบ
  2. การคิดเพื่อวิเคราะห์และประเมินหน่วยของระบบ
  3. การคิดเพื่อออกแบบ และก่อตั้งหน่วยระบบ

ในองค์กรแห่งการเรียนรู้ การสร้างให้บุคลากรมีความสามารถในการคิดเชิงระบบจะทำให้เกิดผลดีห้าประการต่อองค์กรได้แก่

  1. การคิดเชิงระบบ (System Thinking) ทำให้บุคคลากรสามารถมองเห็นวิธีคิดและภาษาที่ใช้อธิบายพฤติกรรมความเป็นไปต่าง ๆ ถึงความเชื่อมโยงต่อเนื่องของสรรพสิ่งและเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์ ผูกโยงกันเป็นระบบ เป็นเครือข่ายด้วยสภาวะการพึ่งพาอาศัยกัน สามารถมองปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นวัฎจักรโดย นำมาบูรณาการเป็นความรู้ใหม่ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงระบบได้อย่างมีประสิทธิผลสอดคล้องกับความเป็นไปในโลกแห่งความจริง
  1. แบบแผนความคิด (Mental Model) คือ ทำให้บุคคลากรตระหนักถึงกรอบแนวคิดของตนเอง รูปแบบความคิดความเชื่อที่มีผลต่อการตัดสินใจและการกระทำของตน และพยายามพัฒนารูปแบบความคิดความเชื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและสามารถที่จะบริหารปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของตนได้
  2. การสร้างพลังแห่งตน (Personal Mastery) คือ การส่งเสริมให้คนในองค์กรสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง โดยการจัดทำกลไกต่าง ๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกของคนในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างหน่วยงานระบบสารสนเทศระบบการพัฒนาบุคคล หรือแม้แต่ระเบียบวิธีการปฏิบัติงานประจำวัน
  3. การกำหนดวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) คือ การกำหนดกรอบความคิดเกี่ยวกับสภาพในอนาคต ของหน่วยงานที่ทุกคนในหน่วยงาน มีความปรารถนาร่วมกันช่วยกันสร้างภาพอนาคตของหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ริเริ่มทดลองสิ่งใหม่ ๆ ของคนในหน่วยงาน และให้การทำงานเป็นไปในทิศทาง หรือกรอบแนวทางที่มุ่งไปสู่จุดเดียวกัน
  4. การเรียนรู้ร่วมเป็นทีม (Team Learning) คือ การแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และทักษะวิธีคิด เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาและศักยภาพของทีมงานรวมทั้งการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันเป็นทีมด้วย ซึ่งการเรียนรู้และพัฒนาในเรื่องนี้ จะช่วยให้การทำงานร่วมกันในหน่วยงานมีความเป็นทีมที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกแต่ละคนสามารถแสดงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาได้อย่างเต็มที่

ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงได้สร้างหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นใน การบริหารองค์กร โดยการจัดการอบรมให้ความรู้ การถ่ายทอดกรณีศึกษาในการประยุกต์ใช้งานในลักษณะต่างๆผ่านวิทยากรที่มีประสบการณ์ความสำเร็จในการนำแนวคิดในการใช้บริหารองค์กร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเปิดมุมมองเกี่ยวกับโอกาสให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

วัตถุประสงค์

  • ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจการทฤษฎีการทำงานของสมองและกระบวนการคิดเชิงระบบของมนุษย์ต่อ ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนมีเครื่องมือและเทคนิคการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาของการคิดเชิงระบบ
  • เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้ใช้เหตุผลเพื่อวิเคราะห์ความสำเร็จและความล้มเหลวในการทำงานและหาแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
  • เพื่อให้ฝึกให้ผู้เรียนแต่ละคนมีแนวคิดในการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถทำความเข้าใจกับงานที่ได้รับเพื่อที่จะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
  • ทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดการดำเนินการขององค์กรหรือหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และพร้อมรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ


เนื้อหาการเรียนรู้

ส่วนที่1)  เรียนรู้และเข้าใจแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการคิดเชิงระบบ

  • การทำงานของสมองซีกซ้ายและซีกขวา
  • ความหมายของการคิด (Thinking Concept)
  • องค์ประกอบของการคิด
  • ความหมายของการคิดเชิงระบบ
  • Systematic inventive Thinking theory : SIT Model

ส่วนที่2)  ประยุกต์แนวความคิดเชิงระบบเข้ากับการทำงาน

  • เครื่องมือสำหรับการคิดและเทคนิคการแก้ปัญหาเชิงระบบ SIT (Complexity & Approach)
  • ค้นหาสาเหตุของปัญหาและการแก้ปัญหาเชิงระบบ ปรับพื้นฐานความเข้าใจและแนววางกรอบการพัฒนาการแก้ปัญหาเชิงระบบ (Systematic Problem) 6 sigma DMAIC  Problem solving method

กิจกรรมและWorkshop

กิจกรรมที่1 Brain Game

Inspiring Workshop :  ฝึกการคิดแก้ปัญหา Brain Game  (Complexity & Approach) เพื่อเตรียมความพร้อมให้สมองและฝึกทักษะการคิด

กิจกรรมที่2 Thinking about work

Inspiring Workshop :  ฝึกการคิดแก้ปัญหาด้วยการคิดเชิงระบบ ด้วย SIT (Complexity & Approach) เพื่อการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพงานให้ได้ตามแผนยุทธศาสตร์หลักของบริษัท

Business Model :  SIT Model และ DMAIC

แนวทางการสอนและรูปแบบการเรียนรู้

ทฤษฎี 50% : ปฏิบัติ 50%

  • บรรยาย ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม
  • กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป “มีส่วนร่วม”
  • ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ : เพื่อเห็น “ภาพที่ชัดเจน” ยิ่งขึ้น
  • การเสวนาตีความ : ฝึกวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อการประยุกต์ใช้
  • การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่และการฝึกประสบการณ์ (Adult Learning & Experiential Learning) ด้วยวิธีการบรรยายควบคู่กับการปฏิบัติ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
  • เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้มุมมองหลักคิดผ่านกิจกรรมกลุ่ม และเดี่ยว การฝึกปฏิบัติการ (Work Shop), กรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง (Case Study and Simulation) และ การนำเสนอ (Present) ทำให้การเรียนรู้ เกิดเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

หลักสูตร การคิดอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างนวัตกรรมองค์กร (Systematic Inventive Thinking)

หลักการ/แนวคิด

🧠การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) หมายถึง การคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่มองภาพรวมอย่างเป็นระบบ มีส่วนประกอบย่อย ๆ โดยอาศัยการคิดในรูปแบบโดยทางตรงและโดยทางอ้อม การคิดระบบโดยทางตรงมีเป้าหมายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่จำแนก รูปแบบการคิดตามพื้นฐานของมนุษย์ แต่แยกรูปแบบการคิดโดยมุ่งที่เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ โดยจำแนกออกเป็น 3 แบบ

  1. การคิดเพื่อรู้เข้าใจหน่วยระบบ
  2. การคิดเพื่อวิเคราะห์และประเมินหน่วยของระบบ
  3. การคิดเพื่อออกแบบ และก่อตั้งหน่วยระบบ

ในองค์กรแห่งการเรียนรู้ การสร้างให้บุคลากรมีความสามารถในการคิดเชิงระบบจะทำให้เกิดผลดี 5 ประการต่อองค์กรได้แก่

  • 1. การคิดเชิงระบบ (System Thinking): ทำให้บุคคลากรสามารถมองเห็นวิธีคิดและภาษาที่ใช้อธิบายพฤติกรรมความเป็นไปต่าง ๆ ถึงความเชื่อมโยงต่อเนื่องของสรรพสิ่งและเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์ ผูกโยงกันเป็นระบบ เป็นเครือข่ายด้วยสภาวะการพึ่งพาอาศัยกัน สามารถมองปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นวัฏจักรโดย นำมาบูรณาการเป็นความรู้ใหม่ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงระบบได้อย่างมีประสิทธิผลสอดคล้องกับความเป็นไปในโลกแห่งความจริง
  • 2. แบบแผนความคิด (Mental Model): คือ ทำให้บุคคลากรตระหนักถึงกรอบแนวคิดของตนเอง รูปแบบความคิดความเชื่อที่มีผลต่อการตัดสินใจและการกระทำของตน และพยายามพัฒนารูปแบบความคิดความเชื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและสามารถที่จะบริหารปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของตนได้
  • 3. การสร้างพลังแห่งตน (Personal Mastery): คือ การส่งเสริมให้คนในองค์กรสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง โดยการจัดทำกลไกต่าง ๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกของคนในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างหน่วยงานระบบสารสนเทศระบบการพัฒนาบุคคล หรือแม้แต่ระเบียบวิธีการปฏิบัติงานประจำวัน
  • 4. การกำหนดวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision): คือ การกำหนดกรอบความคิดเกี่ยวกับสภาพในอนาคต ของหน่วยงานที่ทุกคนในหน่วยงาน มีความปรารถนาร่วมกันช่วยกันสร้างภาพอนาคตของหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ริเริ่มทดลองสิ่งใหม่ ๆ ของคนในหน่วยงาน และให้การทำงานเป็นไปในทิศทาง หรือกรอบแนวทางที่มุ่งไปสู่จุดเดียวกัน
  • 5. การเรียนรู้ร่วมเป็นทีม (Team Learning): คือ การแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และทักษะวิธีคิด เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาและศักยภาพของทีมงานรวมทั้งการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันเป็นทีมด้วย ซึ่งการเรียนรู้และพัฒนาในเรื่องนี้ จะช่วยให้การทำงานร่วมกันในหน่วยงานมีความเป็นทีมที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกแต่ละคนสามารถแสดงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาได้อย่างเต็มที่

🎯ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงได้สร้างหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นใน การบริหารองค์กร โดยการจัดการอบรมให้ความรู้ การถ่ายทอดกรณีศึกษาในการประยุกต์ใช้งานในลักษณะต่างๆผ่านวิทยากรที่มีประสบการณ์ความสำเร็จในการนำแนวคิดในการใช้บริหารองค์กร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเปิดมุมมองเกี่ยวกับโอกาสให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

การวางแผนงาน

วัตถุประสงค์

  • ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจการทฤษฎีการทำงานของสมองและกระบวนการคิดเชิงระบบของมนุษย์ต่อ ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนมีเครื่องมือและเทคนิคการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาของการคิดเชิงระบบ
  • เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้ใช้เหตุผลเพื่อวิเคราะห์ความสำเร็จและความล้มเหลวในการทำงานและหาแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
  • เพื่อให้ฝึกให้ผู้เรียนแต่ละคนมีแนวคิดในการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถทำความเข้าใจกับงานที่ได้รับเพื่อที่จะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
  • ทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดการดำเนินการขององค์กรหรือหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และพร้อมรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ
ทีมงานทำงาน Workshop

เนื้อหาการเรียนรู้และกิจกรรม

Session รายละเอียดเนื้อหา
ส่วนที่ 1 เรียนรู้และเข้าใจแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการคิดเชิงระบบ
  • การทำงานของสมองซีกซ้ายและซีกขวา
  • ความหมายของการคิด (Thinking Concept)
  • องค์ประกอบของการคิด
  • ความหมายของการคิดเชิงระบบ
  • Systematic inventive Thinking theory : SIT Model
ส่วนที่ 2 ประยุกต์แนวความคิดเชิงระบบเข้ากับการทำงาน
  • เครื่องมือสำหรับการคิดและเทคนิคการแก้ปัญหาเชิงระบบ SIT (Complexity & Approach)
  • ค้นหาสาเหตุของปัญหาและการแก้ปัญหาเชิงระบบ ปรับพื้นฐานความเข้าใจและแนววางกรอบการพัฒนาการแก้ปัญหาเชิงระบบ (Systematic Problem) 6 sigma DMAIC Problem solving method
  • Business Framework (ที่นำมาใช้ประกอบการบรรยาย)
กิจกรรม กิจกรรมและ Workshop
  • กิจกรรมที่ 1 Brain Game: Inspiring Workshop: ฝึกการคิดแก้ปัญหา Brain Game (Complexity & Approach) เพื่อเตรียมความพร้อมให้สมองและฝึกทักษะการคิด
  • กิจกรรมที่ 2 Thinking about work: Inspiring Workshop: ฝึกการคิดแก้ปัญหาด้วยการคิดเชิงระบบ ด้วย SIT (Complexity & Approach) เพื่อการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพงานให้ได้ตามแผนยุทธศาสตร์หลักของบริษัท
  • Business Model: SIT Model และ DMAIC
1

ส่วนที่ 1: เรียนรู้และเข้าใจแนวคิดและทฤษฎี

  • การทำงานของสมองซีกซ้ายและซีกขวา
  • ความหมายและองค์ประกอบของการคิดเชิงระบบ
  • Systematic inventive Thinking theory : SIT Model
2

ส่วนที่ 2: ประยุกต์แนวคิดเข้ากับการทำงาน

  • เครื่องมือและเทคนิคการแก้ปัญหาเชิงระบบ (SIT)
  • การแก้ปัญหาด้วย Systematic Problem, 6 sigma DMAIC
  • Business Framework (ประกอบการบรรยาย)
3

กิจกรรมและ Workshop

  • กิจกรรมที่ 1: Brain Game (Complexity & Approach)
  • กิจกรรมที่ 2: Thinking about work (SIT, DMAIC)
  • Business Model: SIT Model และ DMAIC

แนวทางการสอนและรูปแบบการเรียนรู้

ทฤษฎี 50% : ปฏิบัติ 50%

  • บรรยาย: ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม
  • กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด: ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป “มีส่วนร่วม”
  • ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ: เพื่อเห็น “ภาพที่ชัดเจน” ยิ่งขึ้น
  • การเสวนาตีความ: ฝึกวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อการประยุกต์ใช้

การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่และการฝึกประสบการณ์ (Adult Learning & Experiential Learning) ด้วยวิธีการบรรยายควบคู่กับการปฏิบัติ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที

เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้มุมมองหลักคิดผ่านกิจกรรมกลุ่ม และเดี่ยว การฝึกปฏิบัติการ (Work Shop), กรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง (Case Study and Simulation) และ การนำเสนอ (Present) ทำให้การเรียนรู้ เกิดเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

 
ที่มาและความสำคัญของการฝึกอบรม

ในยุคที่การตัดสินใจของผู้บริหารต้องอิงข้อมูลจำนวนมาก และต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) จึงไม่ใช่แค่ “ทักษะ” แต่เป็น เครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ เพราะโดยส่วนมากผู้บริหารที่มีประสบการณ์อาจจะขาดทักษะในการแยกแยะข้อมูลเชิงลึกและเชื่อมโยงปัจจัยต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เนื่องจากเวลาในการทำงานจำกัดและติดกับกับประสบการณ์ของจนเอง อาจส่งผลให้การตัดสินใจในงานที่สำคัญ การวิเคราะห์ปัญหาอาจคลาดเคลื่อน และแนวทางแก้ไขอาจไม่ตอบโจทย์รากของปัญหาได้   การพัฒนาทักษะ “การคิดเชิงวิเคราะห์” สำหรับผู้บริหารจึงเป็นการ เสริมเขี้ยวเล็บทางปัญญา ให้สามารถคิดทะลุ เห็นรอบด้าน และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ บนพื้นฐานของเหตุและผล

หลักสูตรการคิดเชิงวิเคราะห์เสริมแกร่งสำหรับระดับจัดการของ KCT Academy จะทำให้ผู้เข้าอบรมมีทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ที่สามารถนำไปใช้ในงานจริงได้ทันที โดยใช้ Workshop เป็นหลักในการอบรม


วัตถุประสงค์
  1. เพื่อให้ผู้อบรมเข้าใจกระบวนการของ “การคิดเชิงวิเคราะห์” ในการบริหารจัดการยุคใหม่
  2. สร้างทักษะการแยกแยะปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐาน
  3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้ทักษะ Analytical Thinking ในการแก้ไขปัญหาและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำไปใช้ในงานจริงได้

หัวข้อการฝึกอบรม
Sessionช่วงเวลารายละเอียดเนื้อหา
1

9:00-10:30

ภาพรวมความเข้าใจและกระบวนการการคิดเชิงวิเคราะห์

·      Analytical Thinking คืออะไร? ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร ?

·      กระบวนการและเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน Analytical Thinking

·      การระบุปัญหา Problem Statement / Voice of Customer (VOC)/ Problem Framing Canvas / Context Analysis

·      การรวบรวมข้อมูล การสังเกต / การสัมภาษณ์ การพิจารณาข้อมูล / Process Flowchart

·    การวิเคราะห์สาเหตุ 5 Why / Ishikawa Diagram (Fishbone)
/ Cause-and-Effect Matrix

·      การระบุแนวทางแก้ไข Brainstorming /SCAMPER /Benchmarking

·      การจัดระดับความสำคัญเพื่อหาทางออก Impact vs Effort Matrix Decision Matrix (Pugh Matrix) / Cost-Benefit  / Dot Voting

210:45-12:00

Workshop กรณีศึกษา ระบุปัญหา

·      วิทยากรให้กรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับงานของผู้อบรม หรืออาจใช้กรณีศึกษาจริง เริ่มกระบวนการ Analytical Thinking การระบุปัญหา โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม Template ที่เข้าใจง่ายจากวิทยากร

·      Problem Statement / Voice of Customer (VOC)/ Problem Framing Canvas / Context Analysis

313:00-14.30

Workshop กรณีศึกษา การรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์สาเหตุ

·      ผู้อบรมออกแบบการรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นโดยใช้กรณีศึกษาช่วงเช้า

·      ผู้อบรมทำการวิเคราะห์สาเหตุด้วยเครื่องมือ 5 Why / Ishikawa Diagram Cause-and-Effect Matrix เพื่อระบุสาเหตุเชิงลึกที่สำคัญ

414:45-16:00

Workshop กรณีศึกษา การระบุแนวทางแก้ไขและหาทางออก

·      ผู้อบรมระบุแนวทางแก้ไขด้วยเครื่องมือต่างๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของปัญหา Brainstorming /SCAMPER /Benchmarking

·      ผู้อบรมจัดระดับความสำคัญเพื่อค้นหาทางออกของปัญหาโดยใช้เครื่องมือ Impact vs Effort Matrix Decision Matrix / Cost-Benefit  / Dot Voting

·      ผู้ร่วมอบรมแต่ละกลุ่มนำเสนอ  วิทยากรนำการสนทนาแลกเปลี่ยน สรุปกระบวนการทั้งหมด และให้ข้อเสนอแนะ

Ready to join our knowledge castle?

Find the right program for your organization and achieve your goals today

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save