โดย   อาจารย์ไกรกิติ ทิพกนก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารและพัฒนาองค์กร ผู้บริหารองค์ธุรกิจ, ผู้บริหารองค์สาธารณะ  

คอลัมนิสต์อิสระ  นักบริหารองค์กร อดีตเลขานุการที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

นักวางแผนเชิงกลยุทธ์ธุรกิจบริการและที่ปรึกษาด้านการวิเคราะห์ธุรกิจเพื่อการทำแผนธุรกิจ

 

หลักการและแนวคิด

ปัจจัยหนึ่งที่นามาซึ่งความสำเร็จขององค์กร คือ การมี บุคคลกรที่มีความสามารถมาร่วมกันทางาน เรามักจะได้ยินว่า เราต้องสร้างบุคคลากรที่มีความสามารถที่ธุรกิจต้องการ บุคคลากรต้องมีทัศนคติที่ดี, ความรู้,มีทักษะการขายและความสามารถในการทางานร่วมกัน แต่ยังมีบริษัทจานวนมากที่มีบุคคลากรที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วน แต่กลับไม่สามารถสร้างผลกาไรได้ เหตุผลนั้นคือการที่พนักงานแต่ละคนขาดความเข้าใจว่า “ยุทธศาสตร์ที่ผลักดันสู่ความสำเร็จ” คืออะไร

เพื่อก้าวข้ามปัญหานี้ได้จึงควรที่บุคคลากรในองค์กรจะได้รับความรู้ด้านการพัฒนาตนเองให้มีคุณลักษณะที่เหมาะสม รู้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก สอดคล้องกับสิ่งที่องค์กรต้องการ สามารถปรับตัวเปลี่ยนแปลงตนเองได้อย่างเหมาะสม ทันเหตุการณ์ จนถึงสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี จึงเป็นที่มาของการสร้างหลักสูตรนี้ขึ้น โดยเนื้อหาเน้นการนำเอาหัวใจการพัฒนาบุคคลในฐานะ “ปัจเจกบุคคล” และ”ปัจเจกสังคม” เพื่อสนองตอบแนวทางการบริหารองค์กรมาใช้เป็นแก่นในการช่วยให้ ทีมงานมองเห็นศักยภาพตนเอง ศักยภาพขององค์กร และศักยภาพของเพื่อนร่วมงานพัฒนา และรู้วิธีการทำให้ศักยภาพที่มีอยู่ของตนเองและทีมนั้นเข้มแข็งขึ้นในทุกๆวัน มียุทธศสตร์รับมือความเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสม สามารถยกระดับชีวิตการทำงาน และ องค์กร ได้ สามารถสร้างสำเร็จให้ทั้งตนเองและองค์กรของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลซึ่งทฤษฎีต่างๆที่ได้นำมาใช้วางกรอบหลักสูตรการเรียนรู้ มี 5ข้อ ดังนี้

  1. หลักการกำหนดเป้าหมายและทิศทางขององค์กรที่ชัดเจน
  2. คุณลักษณะของบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของแต่ละตำแหน่งงาน และสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร
  3. โมเดลการทำงานและวางกรอบการทำงาน(Frame work) ของสมาชิกแต่ละคนในทีมที่ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสมกับคนในแต่ละกลุ่มวัย ทำให้คนในแต่ละ Generation B,X & Yสามารถทำงานร่วมกันได้
  4. การประเมินตนเองและผลงานของตนเอง และ ทีมที่ตรงตามความต้องการของสถานการณ์ธุรกิจในแต่ละระยะ
  5. ความสามารถในการกำหนดยุทธศาสตร์และการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์

  1. ให้พนักงานมีมุมมองใหม่ในการขับเคลื่อนองค์กร เข้าใจกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก และ ระบบเศรษฐกิจ ไปจนถึงในอุตสาหกรรมของตนเอง
  2. สามารถใช้ศักยภาพของตัวเองในการสร้างโอกาสให้กับองค์กร
  3. เข้าใจวิสัยทัศน์ในการมองอนาคตและมีแผนการทำงานที่มีประสิทธิผล

เนื้อหาหลักสูตร

ส่วนที่หนึ่ง สร้างความพร้อมทางความรู้ “เก่งอ่านสถานการณ์ และ เข้าใจบริบทการแข่งขันและเศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต” และวิธีพัฒนาตนเองให้มีความรู้ครบ 3 มิติ เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลง

  • รู้ลึก หมายถึงรู้ให้ถ่องแท้เกี่ยวภาพย่อยและภาพใหญ่ของงานที่รับผิดชอบ รู้เป้าหมายและทิศทางขององค์กรที่ชัดเจน
  • รู้กว้างมีความรู้สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ในด้านต่างๆ มาใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างครบถ้วน ตรงตามความต้องการของสถานการณ์ธุรกิจในแต่ละระยะ
  • รู้ไกล หมายถึงมีความรู้กว้างไกล มองเห็นอนาคตระยะยาวได้ชัดเจน สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
  • ยุทธศาสตร์การบริหารตามวงรอบธุรกิจ Business Life cycle, Product life cycle, Neighborhood life cycle ,เข้าใจกระบวนการทำงานและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับวัฏฏะจักรธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงกับ วัฏฏะจักรของธุรกิจอื่นๆ
  • เรียนรู้โมเดล STEEP เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การแข่งขันจากภัยคุกกคามทางธุรกิจจากปัจจัยทางการแข่งขัน และ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การแข่งขันจากภัยคุกกคามทางธุรกิจจากปัจจัยมหภาค ในยุคสมัยแห่งความท้าทาย และแนวทางการก้าวสู่การเป็นเลิศ
  • เรียนรู้วิธีการวางยุทธศาสตร์ 7 ด้านเพื่อขับเคลื่อนองค์กร Strategy & Activation (การสร้างนวัตกรรม,การบริหารโอกาส,การสร้างทีมขาย,การสร้างคุณค่าระยะสั้น-กลาง-ยาว,การสร้างทีมงานเพื่อสร้างผลลัพธ์,ICT)
  • เรียนรู้กลยุทธ์การสร้างองค์กร นวัตกรรม ด้วย Deloitte’s Growth framework
  • เรียนรู้การกำหนด Vision, Mission & Resolution วิธีการกำหนดวิสัยทัศน์, ภารกิจ และ ความปณิธานองค์กร

ส่วนที่สอง เรียนรู้และเข้าใจ ลักษณะชีวิตผู้นำการเปลี่ยนแปลง 20 ประการ หลักการยกระดับลักษณะชีวิต เพื่อความสุขและความสำเร็จที่แท้จริงขององค์กร

  • ลักษณะชีวิตสู่ความสำเร็จ 20 ประการ ได้แก่

1) มีวิสัยทัศน์ 2) ซื่อสัตย์ 3) รักษาคำพูด 4) มีวินัย 5) ถ่อมใจ 6) เอาจริงเอาจัง 7) อดทน 8) ทำดีเลิศ 9) ไวต่อความรู้สึก 10) มีมนุษยสัมพันธ์ 11) ขยัน 12) บังคับตน 13) เที่ยงธรรม 14) รับผิดชอบ 15) แง่บวก 16) รอบคอบ 17) ยุติธรรม 18) กล้าหาญ 19) เสียสละ 20) เรียนรู้

ส่วนที่สาม ยุทธศาสตร์สร้าง “คน” ค้นพบวิธีดึงศักยภาพของตนเองและทีมงานเพื่อยกระดับทักษะการทำงานของตนเองร่วมกับทีมให้พร้อมรับการเติบโต

  • เรียนรู้ ขั้นตอนและกระบวนการการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (3’R) ตั้งแต่ การได้มาซึ่งทรัพยากรมนุษย์ (Acquisition), การรักษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  (Retention & Development) ไปจน การสิ้นสภาพการทำงาน (Separation or retirement)   เพื่อการออกแบบงาน (Job designs)ที่เหมาะสมกับบุคลากรและสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท เพื่อพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและการเติบโต
  • เรียนรู้โมเดลวงจรชีวิตของพนักงานในองค์กร (Employee life cycle model) และวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยที่เป็นตัวแปรสำคัญด้านต่างๆขององค์กร ตั้งแต่ ปัจจัยด้านนโยบายขององค์การ (Organization Policy),ปัจจัยด้านโครงสร้างขององค์การ (Organization Structure) ,ปัจจัยด้านวัฒนธรรมขององค์การ (Organization Culture),ปัจจัยด้านแรงงาน (Organization Workforce), ปัจจัยด้านลักษณะงาน (Characteristic of Job) และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมภายนอก,ชุมชน,สังคมรวมถึงกฎหมายต่างๆ เพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งเร้าที่มีผลต่อการสร้างความผูกพัน (Employee Engagement)ระหว่างพนักงานกับองค์กร เพื่อความเป็นเอกภาพซึ่งเป็นรากฐานของ “ทีมผู้นำการเปลี่ยนแปลง”
  • เรียนรู้กลยุทธ์ในการบริหาร “คนเก่ง” (Talent Management) และการพัฒนาเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path)เพื่อรองรับการเติบโต
  • เรียนรู้กลยุทธ์การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในเครือ (Business Partner) ในการสร้างเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path)ให้กับกลุ่ม“คนเก่ง” (Talent) เพื่อรองรับการเติบโตทั้งองค์กรร่วมกัน

ส่วนที่สี่ เรียนรู้และเข้าใจ “วิธีคิดเชิงอนาคต และการวางยุทธศาสตร์สร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนแท้จริง

  • กฎพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง ประเภทของการเปลี่ยนแปลง
  • หลักการการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิผลในบริบทของสภาพแวดล้อมที่มีพลวัตสูง
  • ผู้นำกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง
  • เทคนิคการคาดการณ์อนาคตเพื่อการวางแผนการเปลี่ยนแปลง
  • การประเมินความพร้อมและอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลง
  • การวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง
  • การเข้าใจพฤติกรรมและทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง สาเหตุการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง และเทคนิคการบริหารการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  • แผนที่อนาคต(Futuristic & Change Roadmap) เพื่อการวางแผนและเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผล
  • เทคนิคและเครื่องมือการบริหารการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ตามบทบาทและหน้าที่ของตนเอง

ระยะเวลาดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตร

การอบรมใช้ระยะเวลาทั้งสิ้นจำนวน 2 วัน (09.00 น. – 16.00 น.) โดยการอบรมจะประกอบด้วยการบรรยายทฤษฎีและหลักการ กิจกรรมปฏิบัติการกลุ่มและการฝึกประยุกต์ความรู้จากการฝึกอบรม ความท้าทายหรือวาระที่เกี่ยวข้องกับการวัดและประเมินผลการดำเนินงาน (ตามความเหมาะสม)

วิธีการดำเนินหลักสูตร

  1. เพื่อให้การถ่ายทอดองค์ความรู้สามารถนำไปสู่ประโยชน์ต่อองค์กรและสอดคล้องกับบริบททางธุรกิจของแต่ละองค์กร เนื้อหาหลักสูตรจะได้รับการออกแบบให้เหมาะสมและตามความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร (Customized) โดยดำเนินการจัดอบรมภายในองค์กร (In House Training) ในวันและเวลาที่องค์กรสะดวกและบุคลากรมีความพร้อมในการเข้าอบรมอย่างพร้อมเพรียง
  2. เน้นรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการควบคู่กับทฤษฎี และกรณีตัวอย่าง เพื่ออธิบายประมวลสรุปให้บุคลากรผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความเข้าใจและมีทักษะเบื้องต้นเพียงพอในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ต่อไป
  3. กิจกรรมการเรียนรู้ เสวนากลุ่มและการระดมความคิด “หาปัญหาและอุปสรรคของการเรียนรู้งานที่เขาพบในองค์กร ร่วมกันวิเคราะห์ทำความเข้าใจปัญหา สาเหตุ และผลกระทบของระบบการทำงานที่ก้าวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในปัจจุบันซึ่งพบได้ในแทบทุกองค์กร เพื่อระบุข้อดี(จุดแข็ง)และทิศทางโอกาสในการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร แล้วให้พวกเขาช่วยกันเขียนวิธีต่างๆ ที่ทำให้พวกเขาสามารถเรียนรู้งานได้ดีขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขามีส่วนร่วมในการวางระบบการเรียนรู้ในองค์กร (Knowledge Flow)

กิจกรรมการเรียนรู้2. เสวนากลุ่มระดมความคิดหัวข้อ “ทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงานทุกคนในองค์กรที่จำเป็นในการสร้างความเปลี่ยนแปลง” เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบจุดเสีย และจุดเด่นของตนด้วยตนเอง ฝึกการทำงานเป็นทีม ร่วมกันวิเคราะห์ทำความเข้าใจปัญหา สาเหตุ และผลกระทบของการทำงานอันเนื่องมาจากการขาดความเข้าใจในทักษะแต่ละด้าน แล้วเปิดโอกาสให้พวกเขาช่วยกันสรุปบทเรียนจากกิจกรรม เพื่อระบุโอกาสในการปรับปรุงศักยภาพของตนเองและทีมร่วมกัน

กิจกรรมการเรียนรู้3. “เรียนรู้ร่วมกันผ่านกิจกรรมกลุ่ม “Furistic & Change Roadmap” เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบจุดเสีย และจุดเด่นของตนด้วยตนเอง ฝึกการทำงานเป็นทีม ร่วมกันวิเคราะห์ทำความเข้าใจปัญหา สาเหตุ และผลกระทบของการทำงานที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ทีมขาดเอกภาพในการดำเนินตามยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลง แล้วเปิดโอกาสให้พวกเขาช่วยกันสรุปบทเรียนจากกิจกรรม และเขียน “แผนการทำงาน Action Plan (กลุ่มหัวหน้างาน) หรือ Strategic operation Plan (กลุ่มผู้บริหาร) เพื่อกำหนดทิศทางโอกาสในการปรับปรุงระบบการทำงานร่วมกันเพื่ออนาคต

กลุ่มเป้าหมายของการอบรม

  1. ผู้นำและผู้บริหารระดับต้นขององค์กร
  2. ผู้บริหารและบุคลากรในสายงานบริหารทรัพยากรมนุษย์
  3. ผู้จัดการโครงการ (Project Management Leader) และหัวหน้าทีม (Team Leader)
  4. บุคลากรในระดับหัวหน้างาน

Keyword ของหลักสูตร

Strategy, KPI, Performance Evaluation, Competency, Core Competency, Job Analysis,

กลยุทธ์, ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน, การประเมินผลการปฏิบัติงาน, ศักยภาพในการทำงาน

แนวทางและเทคนิคที่ใช้ในการดำเนินหลักสูตรฝึกอบรม

  • การฝึกอบรมใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult Learning) โดยเน้นให้ผู้เรียนได้คิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แสดงความคิดเห็น เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปใช้ได้ทันที
    • การสร้างและกระตุ้นการสื่อสาร 2 ทาง เช่น
      • การแนะนำตัวเอง จุดประสงค์และความคาดหวังจากการอบรม
      • คำสำคัญต่างๆ (Key Words)
      • การตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นการคิดของผู้เข้าอบรม
    • การประเมินผลตนเองหลังการอบรม
      • ผ่านการนำเสนอผลงานกิจกรรมกลุ่ม (Workshop)
      • ผ่านการนำไปถ่ายทอดต่อ
    • Workshop ประเด็นสำคัญที่สามารถฝึกทักษะได้
      • กระตุ้นให้ฝึกคิดและนำเสนอ
      • นำเทคนิค เครื่องมือและแบบฟอร์มมาตรฐานไปทดลองใช้
      • แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่มระดมสมอง
    • Assignment เพื่อนำไปฝึกฝนเพิ่มเติม
      • หัวข้อหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภารกิจงานของตนเอง
    • เนื้อหาของหลักสูตรมีทั้งการบรรยาย , การระดมสมอง (Brainstorming) , การปฏิบัติการ (Work Shop) , การแสดงสถานการณ์จำลอง (Simulation) และ การนำเสนอ (Present) ทำให้การเรียนรู้ เกิดความสนุกสนาน และสามารถเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง
    • วิทยากรทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนรู้ สามารถพัฒนาประยุกต์เทคนิคและเครื่องมือได้อย่างเหมาะสมกับจริตของตนเอง และนำไปสู่การใช้ปฏิบัติงานจนเกิดความชำนาญ

 แนวทางการสอนและรูปแบบการเรียนรู้

ทฤษฎี 40% : ปฏิบัติ 60%

  • บรรยาย : ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม
  • กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด : ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป “มีส่วนร่วม”
  • กิจกรรมเดี่ยว : ใช้ทฤกษฎีและกิจกรรมทางจิตวิทยาทำให้ผู้เข้าอบรมได้ “ค้นพบตนเอง”
  • ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ : เพื่อเห็น “ภาพที่ชัดเจน” ยิ่งขึ้น
  • การเสวนาตีความ : ฝึกวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อการประยุกต์ใช้
  • การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่และการฝึกประสบการณ์ (Adult Learning & Experiential Learning) ด้วยวิธีการ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
  • เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้มุมมองหลักคิดผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง (Case Study and Simulation) ทำให้การเรียนรู้ เกิดเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

แบ่งปัน