หลักการ/แนวคิด

“โลกและประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปในสู่เศรษฐกิจดิจิทัล องค์กรถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงไปด้วย การเตรียมความพร้อมจึงกำหนดความสำเร็จในการบริหารงาน”

การเปลี่ยนแปลงแต่ละยุคเกิดจากการที่มนุษย์รู้จักใช้ความคิดปฏิวัติสังคม และเศรษฐกิจ องค์กรใดที่สามารถขี่ยอดคลื่นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ก่อนจะเป็น “ผู้ชนะ” คือ สามารถก้าวกระโดดสู่การเป็นองค์กรชั้นแนวหน้าที่ทรงอิทธิพลของประเทศหรือ ของภูมิภาค ไปจนถึงการก้างสู่การเป็นองค์กรระดับโลก ในมิติทางเศรษฐกิจ มีแนวคิดมโนทัศน์ “เศรษฐกิจหลากสี” อันเป็นแนวคิดที่ระบุถึง เศรษฐกิจหลากหลายมิติที่เราควรให้ความสำคัญ ที่น่านำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างองค์กรให้เป็นผู้ชนะในโลกเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) หรือ เป็นมิติหนึ่งในแนวคิดดังกล่าว เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นเทคโนโลยีสำคัญของโลกในโต้คลื่นความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันและอนาคต ซึ่งแนวโน้มสำคัญของการปฏิวัติดิจิทัล มีหลากหลายมิติ อาทิ การเคลื่อนย้ายถ่ายโอนมากและเร็วขึ้น เครือข่ายสังคมออนไลน์กลายเป็นสื่อกระแสหลักของโลก เส้นแบ่งระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์จะไม่ชัดเจน ข้อมูลดิจิทัลจะไหลทะลักไปยังทุกพื้นที่ หุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์จะมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงได้สร้างหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นใน การบริหารองค์กร โดยการจัดการอบรมให้ความรู้ การถ่ายทอดกรณีศึกษาในการประยุกต์ใช้งานในลักษณะต่างๆผ่านวิทยากรที่มีประสบการณ์ความสำเร็จในการนำแนวคิดในการใช้บริหารองค์กร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเปิดมุมมองเกี่ยวกับโอกาสให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

วัตถุประสงค์

  • ทำให้ผู้เรียนเข้าใจถึงพลวัตรความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลกระทบกับความสำเร็จขององค์กร
  • ทำให้ผู้เรียนมีหลักคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในการวางยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั้งยืนขององค์กรในยุค 4.0
  • ทำให้ผู้เรียนมองเห็นโอกาสที่จะต่อยอดการดำเนินธุรกิจขององค์กรให้กว้างขวางขึ้นไปและครบทุกมิติ
  • ทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดการดำเนินการขององค์กรหรือหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และพร้อมรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ

เนื้อหาการเรียนรู้ (Course outline)

วันที่ 1(อิทธิพลของดิจิตัลที่มีผลต่อการบริหารองค์กรภาพรวม)

ส่วนที่1. องค์กรแห่งความยั่งยืน:

แนวทางการสร้างและลักษณะองค์กรที่จะประสบความสำเร็จในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

  • องค์กรแห่งเทคโนโลยี
  • องค์กรจัดการข้อมูล
  • องค์กรวิจัยและนวัตกรรม และแนวทางการสร้างองค์กรนวัตกรรมภายใต้ “โมเดลนวัตกรรม 3I” ซึ่งมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่
    • นวัตกรรมความคิด (ideation innovation)
    • นวัตกรรมสิ่งปฏิบัติ (implementation innovation)
    • นวัตกรรมผลกระทบ (impact innovation)
  • องค์กรเรียนรู้ตลอดชีวิต และ แนวทางการสร้างองค์กรเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • องค์กรพลวัตร และ ลักษณะองค์กรพลวัตร
    • โครงสร้างแนวราบ (Horizontal structure)
    • โครงสร้างเฉพาะกิจ (Adhocracy)
    • ความยืดหยุ่นในบริบทกาละและเทศะ (Time and space flexibility)
  • องค์กรเครือข่าย

การบริหารในยุคดิจิทัล Digital

จุดเชื่อมต่อทางความคิดและการคิดรอบด้านและแนวทางพัฒนาผ่านกระบวนการจัดการ (OKR: Objective Key Result)

  • การเตรียมบุคคลากรให้พร้อมกับการทำงานงานในองค์กรนวัตกรรมอย่างสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ในสามมิติ
  • การใช้เทคโนโลยี เพื่อกระบวนการจัดการ และการมอบหมายงาน(Planning, Delegation and Project management)

การพัฒนาองค์กรในยุคดิจิทัล  (Organization Change & Development Planning )

  • แนวทางการสร้างนวัตกรรมแห่งความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม
  • พื้นฐานความรู้เพื่อการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง (Process Improvement)
  • วิเคราะห์โลกตามทฤษฏีคลื่น 7ลูก เพื่อเข้าใจวิถีนวัตกรรมโลก
  • หลักพื้นฐานพฤติกรรมพยากรณ์เพื่อเข้าใจบริบทของธุรกิจ

บันไดนวัตกรรม 3 ขั้น

  • นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา
  • นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเป็น
  • นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

วันที่ 2(ความรู้-ทักษะ-ทัศนคติที่ผู้นำยุคดิจิทัลต้องมี)

 ส่วนที่2  สัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาความเป็นผู้จัดการและผู้นำมืออาชีพของคุณ

  • ความสนใจที่แท้จริงที่มีกับงาน
    • การนำแนวคิด”ความสนใจที่ฝังรากลึก 8 แบบ” (The Business Career interest Inventory : Butler & Waldrop) มาใช้ค้นหา ความสนใจที่แท้จริงที่คุณมีต่องานนั้นๆ
  • คุณค่าของอาชีพและแรงจูงใจในการทำงานของคุณ
    • แหล่งข้อมูลที่จะทำให้รู้จักตนเอง
    • การสร้างแบบสอบถามเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินตนเองที่เป็นทางการ
    • รู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงตนเอง
    • เทคนิคที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อแยกแยะแรงจูงใจที่ทำให้คุณทุ่มเทกับงานของคุณ
  • ประเมินทักษะทางธุรกิจของคุณ
    • ค้นหาทักษะที่ถ่ายโอนได้และถ่ายโอนไม่ได้เพื่อการพัฒนาตนเองให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น (Transferable – Non transferable Skills)
  • การเติมช่วงห่างของทักษะและประสบการณ์ (Career Gap)
    • เรียนรู้หลักการพัฒนาตนเองตามแนวทางของ“Herminai Ibarra Technique”
      • การทดลองฝีมือ
      • เปลี่ยนสายสัมพันธ์
      • การลงมือทำอย่างเป็นระบบ
    • ลักษณะของผู้นำที่สามารถสร้างประสิทธิผล
      • เทคนิคการค้นหาคุณสมบัติที่ขาดหายที่ฉุดรั้งความเป็นผู้นำของคุณ
    • หลักการจัดความสมดุลของงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance)
    • การวิเคราะห์การใช้เวลาในฐานะผู้จัดการ
    • เทคนิคการลำดับความสำคัญของงาน
      • เทคนิคการค้นหาและเรียงลำดับความสำคัญของกิจกรรมที่ทำอยู่เพื่อให้การใช้เวลามีประสิทธิภาพที่สุด
    • แนวทางการจัดตารางทำงานที่ยืดหยุ่น( Flexible Work Schedule : FWS)
      • Reduce-time schedules
      • Seasonal schedules
      • Compressed Schedules

ส่วนที่3  สัมมนาเชิงปฏิบัติการความท้าทายในการเป็นผู้นำ

  • จะสร้างวิสัยทัศน์ให้คนอื่นปฏิบัติตามได้อย่างไร
    • องค์ประกอบของวิสัยทัศน์ที่มีประสิทธิผล
    • หลักคิด เพื่อการอธิบายวิสัยทัศน์จนเห็นภาพได้ชัดเจน
  • การเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (Change Agent)
    • ตรวจสอบคุณลักษณะความเป็น “ตัวเร่งความเปลี่ยนแปลง”ในตัวคุณ
    • เงื่อนไขที่ทำให้องค์กรของคุณพร้อมต่อความเปลี่ยนแปลง
    • วิธีการจัดการกับความคิดที่ว่า “ทุกอย่างดีอยู่แล้ว (Complacency)” จนทำให้องค์กรไม่เปลี่ยนแปลง
    • ค้นหาสัญญาณของความพึงพอใจที่เป็นอยู่ที่ “อาจเหนี่ยวรั้ง” การยกระดับขององค์กร
  • การเป็นผู้นำแม้ไม่มีได้ถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
    • วิธีการชี้นำแม้คุณไม่ได้เป็นเจ้านายโดยตรง (Cross-functional team leading)
  • การจัดตั้งทีมงาน
    • สถานการณ์และเงื่อนไขที่บังคับให้ต้องตั้งทีมงาน
    • ลักษณะของทีมงานที่มีประสิทธิผล
    • การออกแบบทีมงานและองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบทีมงาน
      • เป้าหมาย
      • อำนาจ
      • ระยะเวลาขับเคลื่อน
      • บทบาทความรับผิดชอบ
      • รางวัล
      • วิธีการเลือกสมาชิกเข้าสู่ทีม
    • การจัดการกับความตึงเครียด
      • สาเหตุของความตึงเครียด
        • แรงกระตุ้นจากการแข่งขัน (Competitive Urge)
        • การตัดสินใจของกลุ่ม และ สิทธิอำนาจ (Group Influence & Authority)
      • วิธีการจัดการกับความตึงเครียดภายในองค์กร

วันที่ 3(บริหารกลยุทธ์ให้สอดคล้องและเปลี่ยนทันโลก)

ส่วนที่4  สัมมนาเชิงปฏิบัติการบริหารทีมงาน

  • การบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic management)
    • การเลือกวางตำแหน่งทางกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนองค์กร (Strategic positions)
      • การวางตำแหน่งตามความหลากหลาย (Variety Base Positioning)
      • การวางตำแหน่งตามความจำเป็น (Need Base Positioning)
      • การวางตำแหน่งตามความสามารถในการเข้าถึงลูกค้า (Access Base positioning)
    • ขั้นตอนในการสร้างกลยุทธ์
      • มองจากภายนอกเพื่อแสวงหาโอกาส และ ภัยคุกคาม (Outside-in)
      • มองจากทรัพยากรทางธุรกิจที่มีเพื่อค้นหาความสามารถและสร้างแนวทางปฏิบัติ
      • หลักพิจารณาหากลยุทธ์ที่ทำให้เห็นถึงภัยคุกคามและโอกาส
      • แนวทางสร้างความสอดคล้องระหว่างกลยุทธ์และกิจกรรมที่นำมาใช้ขับเคลื่อน
      • แนวทางสร้างความสอดประสานระหว่างบุคลากรที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์ กับกลยุทธ์และกิจกรรมที่นำมาใช้ขับเคลื่อน
    • การบริหารและการจัดการกับวิกฤติ (Crisis management)
      • รู้ได้อย่างไรว่ากำลังจะเผชิญภาวะวิกฤติ
      • การเตรียมรับมือกับวิกฤติ 6 ขั้นตอนในการจัดการกับวิกฤติ
        • การหลีกเลี่ยงวิกฤติ
        • การเตรียมตัวเพื่อจัดการวิกฤติ
        • การรับรู้ถึงวิกฤติ
        • การควบคุมวิกฤติ
        • การแก้ไขวิกฤติ
        • การสรุปบทเรียนจากวิกฤติ
      • การบริหารและการจัดการกับพนักงานที่มีปัญหา (Problem member)
        • การใช้แรงจูงใจ (Motivation) และการใช้ข้อมูลโต้กลับ (Feed Forward) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือผลการปฏิบัติงานที่ต่ำกว่าเกณฑ์
        • การตัดสินใจเลิกจ้างและข้อควรระวังเมื่อต้องตัดสินใจเลิกจ้าง
      • การบริหารและการจัดการเมื่อผู้นำมีปัญหา (Inefficiency Leader)
        • แนวทางการจัดการเมื่อผู้นำที่ได้รับมอบอำนาจจากเราไป ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเราไม่สามารถวางมือได้
      • การกระจายงาน (Delegation & Empowering)
        • สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องกระจายงานออกไปจากคุณ
        • ประโยชน์ของการกระจายงาน
        • แนวทางในการกระจายงานอย่างมีประสิทธิผล
        • หลักการกระจายงาน
        • หลักการมอบหมายงาน
      • การประเมินผลการปฏิบัติงานของทีม (Performance Appraisal)
        • แนวทางประเมินด้านผลลัพธ์
        • แนวทางประเมินด้านกระบวนการ
        • ขั้นตอนและวิธีการประเมินทีมงานและผู้นำ

วันที่ 4(วิธีคิดเชิงอนาคตและตัดสินใจที่เหมาะสมกับยุค)

ส่วนที่5 “วิธีคิดเชิงอนาคต และการวางยุทธศาสตร์และการตัดสินใจเพื่อสร้างนวัตกรรมการเปลี่ยนแปลง เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนแท้จริง

  • กฎพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง ประเภทของการเปลี่ยนแปลง
  • เทคนิคการคาดการณ์อนาคตเพื่อการวางแผนการเปลี่ยนแปลง
  • การประเมินความพร้อมและอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลง
  • แผนที่อนาคต(Futuristic & Change Roadmap) เพื่อการวางแผนและเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผล
    • ความหมายของ”อนาคต”
    • เหตุใดต้องคิดเชิงนาคต
    • หลัก “คิด”และหลักการ “คาดการณ์” อนาคต
    • ฝึกทักษะการคาดการณ์อนาคต เพื่อการพัฒนาองค์กร
  • พัฒนาทักษะการเป็นนักคิดเชิงอนาคต เพื่อการพัฒนาองค์การ (Organization awareness ) และ เพื่อวางยุทธศาสตร์ (Planning and Project management)
    • ฝึกทักษะการคาดการณ์อนาคต เพื่อการพัฒนาองค์กรและการวางยุทธศาสตร์

ส่วนที่6  Strategic Decision Making การตัดสินใจ…พลิกสถานการณ์

  • Decision making (การตัดสินใจ)
  • หลักการพื้นฐานของการตัดสินใจ
  • เป้าหมายของการตัดสินใจ
  • การทำให้เป้าเปรียบเทียบชัดเจน
  • การมองย้อนกลับจากอดีตสู่อนาคต
  • กระบวนการและขั้นตอนการตัดสินใจ
  • คำตอบที่ถูกต้องมีเพียงหนึ่งคำตอบ
  • Strategic Orientation (ความมีไหวพริบเชิงกลยุทธ์)
  • ความสัมพันธ์ระหว่างข้อเสนอ และเกณฑ์การตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ
  • คำนัยยะแอบแฝง
  • หลักการแก้วิกฤติแบบ Standard Operating Procedure (SOP)
  • หลักการใช้ความเสียเปรียบ พลิกมาเป็นโอกาสเหนือคู่แข่ง
  • อิทธิพลของสิ่งเร้ากับการตัดสินใจ
  • Flexibility and adaptability (ความยืดหยุ่นและการปรับตัว)
  • ความสัมพันธ์แบบ Win Win
  • หลักคิดเพื่อหาข้อตกลงที่ยุติธรรม
  • การพัฒนาตนเองเพื่อเป็นนักกลยุทธ์

วันที่ 5(สื่อสารกับกลุ่มตลาดเป้าหมายด้วยเครื่องมือยุคดิจิตัล)

ส่วนที่7  เครื่องมือสื่อสารยุคดิจิตัล เพื่อการตลาด  (Understand Digital tool for  attract the market)

  • อิทธิพลของเครือข่ายสังคมออนไลน์ และผู้มีอิทธิพลต่อความคิดตัดสินใจซื้อในยุคปัจจุบัน
  • หลักคิดและวิธีการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดonline และ Offline 6 ขั้นตอน
  • วิธีคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อสินค้าเราถูนำสู่ตลาดแล้วสิ่งใดจะเกิดขึ้นบ้าง สถานการณ์ตลาดจะเป็นอย่างไรทั้งในฝั่งDemand และ Supply
  • วิธีประเมินผลกระทบ ที่สินค้าเรามีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกระบวนการ และจากผลกระทบที่เกิดขึ้นเราจะทำอย่างไรจึงจะตอบสนอง Demand และ Supply
  • วิธีเตรียมข้อมูลสำคัญเพื่อการนำเสนอ เน้นการนำเสนอข้อเท็จเพื่อใช้ในการตัดสินใจเป็นหลัก หรือการเน้น key messages
  • วิธีการนำเสนอข้อมูล ที่มั่นใจได้ว่า ข้อมูลเหล่านี้จะต้องส่งมอบไปถึงมือลูกค้าและผู้มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง (Key decision makers) ผ่านเครื่องมือการตลาดทั้ง Online และ Offline
  • หลักการกำหนดตารางเวลา ให้เพียงพอและเหมาะสมในการสื่อสารการตลาด
  • ประเมินผลลัพธ์และปรับปรุงกลยุทธ์
  • เรียนรู้ Buyer Decision Making Model เพื่อเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
  • แนวทางและวิธีการทำให้ลูกค้าเป้าหมายตัดสินใจซื้อสินค้า

ส่วนที่8  การใช้สื่อยุคดิจิตัลเพื่อการจัดการข้อร้องเรียน

  • 7 Gap Model และ เพื่อค้นหาช่องว่างของการบริการและการประสานงาน
  • การบริหารลูกค้าที่คุณมีอยู่ด้วย Super service Sequence Model
  • 7 A’s Model เพื่อการรับมือกับข้อร้องเรียนและลูกค้าเจ้าปัญหา
  • ค้นหาแรงจูงใจของลูกค้าที่มีผลต่อทัศนคติการบริการจาก Empathy Map
  • การให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ดีที่สุดที่มีในมือ
  • เรียนรู้ Image Enhancing การรักษาภาพลักษณ์และพันธสัญญาของผู้ให้บริการและภาพลักษณ์ขององค์กร
  • เรียนรู้ Public Relation & Content matrix Model เพื่อการเลือกใช้สื่อสมัยใหม่ ที่เหมาะสมในการสื่อสาร  และแนวทางจูงในกลุ่มเป้าหมายทั้งใน Online และ Offline ของคุณ

บทส่งท้าย               แนวทางการขับเคลื่อนตัวเองและคนอื่นให้สร้างองค์กรแห่งความดี 

กิจกรรมและWorkshop

กิจกรรม1 Workshop: “The Card

Inspiring Activity:  ให้เขียนคุณค่าของงานเรื่องงานที่มีต่อคุณบนกระดาษเล็กๆ โดยเขียนหนึ่งข้อต่อการ์ดหนึ่งใบ และแต่ละข้อให้เขียนคำอธิบายสั้นๆว่าคุณค่าแต่ละอันนั้นมีความหมายต่อเราอย่างไรแล้วจึงเรียงลำดับความสำคัญนั้นลงบนโต๊ะตามลำดับความสำคัญ แล้วพิจารณาว่าคุณค่านั้นสำคัญต่อคุณจริงหรือไม่ หากไม่สำคัญจริงให้ดึงออกไป กิจกรรมนี้จะช่วยให้ผู้เรียนรู้จักตนเองมากขึ้น ค้นพบพื้นที่ในใจคุณจริงๆเพื่อแยกแยะแรงจูงใจที่ทำให้คุณทุ่มเทกับงานของคุณและจะช่วยให้ผู้เรียนฝีกการคิดอย่างมีเหตุผล

Business Model:  the Golden Circle: WHY

กิจกรรม2 Workshop: “Do & Don’t”

Inspiring Activity: ให้เขียนตำแหน่งหน้าที่ และ บทบาทที่คุณรับผิดชอบ (Job propose) ที่หัวกระดาษ จากนั้นให้แบ่งกระดาษเป็นครึ่ง ฝั่งหนึ่งให้เขียนคุณสมบัติที่พึงมีสำหรับตำแหน่งนั้น อีกฝั่งให้เขียนคุณสมบัติที่ต้องห้ามสำหรับตำแหน่งนั้น จากนั้นให้ผู้เรียนเทียบเคียงกับ คุณสมบัติที่บริษัทตั้งไว้ว่าตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรงกันให้เพิ่มเติมและปรับปรุงให้ตรงเสีย ถัดมาให้ผู้เรียนพิจารณาว่า คุณสมบัติพึงประสงค์ข้อใดที่ยังขาดอยู่  และคุณสมบัติต้องห้ามข้อใดที่ตนเองมี กิจกรรมนี้จะทำให้ผู้เรียนได้ค้นพบคุณสมบัติที่ขาดหายที่องค์กรต้องการที่ฉุดรั้งความเป็นผู้นำของตนเอง เพื่อพัฒนาและปิดข้อบกพร่องของตนเองต่อไป

Business Model:  Efficiency, MILK (Management, Information, Leadership Knowledge)

กิจกรรม3  Workshop: Complacency วิธีการจัดการกับความคิดที่ว่า “ทุกอย่างดีอยู่แล้ว (Complacency)” จนทำให้องค์กรไม่เปลี่ยนแปลง

Inspiring Activity: ให้ผู้เรียนรวมกลุ่มกัน นำเสนอประเด็นที่แต่ละคนมั่นใจว่าองค์กรทำได้ดีแล้วขึ้นมาวิเคราะห์ร่วมกัน อาทิ ปัจจุบันองค์กรยังคงทำกำไร ไม่จำเป็นต้องมีการปลดพนักงาน  แล้วร่วมกันตั้งคำถามว่า “ที่เป็นอยู่นี้ก็ดีพอแล้ว” หรือไม่ แล้วนำมาถกแถลงกัน จากนั้นให้วิเคราะห์ให้ลึกลงไปในว่าจากความคิดแบบนี้สะท้อนออกมาในพฤติกรรมของพนักงานในองค์กรอย่างไรบ้าง อาทิ การนิ่งเฉยในการออกแบบสินค้าใหม่ๆของฝ่ายผลิตภัณฑ์ เป็นต้น แล้วให้จินตนาการต่อว่าสิ่งนี้จะสร้างผลกระทบใดต่อไปอีกบ้างสำหรับองค์กร วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดและสังเกตพฤติกรรมการทำงานของคนในองค์กรของตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาตนเองและทีมงานตลอดเวลา

Business Model:  Future Wheel, Futuristic thinking

กิจกรรม4  Workshop: Collective Destruction vs Collective Recreation

Inspiring Activity: ให้ผู้เรียนรวมกลุ่มกัน นำเสนอประเด็นที่แต่ละคนมั่นใจว่าองค์กรทำได้ดีแล้วขึ้นมาแล้วร่วมกันหาวิธีทำลาย สิ่งนั้นให้พังลงไป ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงจนยากจะกู้คืน จากนั้นให้หาวิธีป้องกันอย่าให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดล่วงหน้า (Proactive) และ ฝึกคิดป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาตนเองและทีมงานตลอดเวลา และพร้อมในการเตรียมรับมือกับวิกฤติ

Business Model:  Strategic planning process และโมเดลต่างๆที่ได้เรียนรู้

กิจกรรม5  Workshop: A4

Inspiring Activity: ให้ผู้เรียนแต่ละคนเขียนสิ่งที่ตนเองทำในแต่ละวันลงบนกระดาษ จากนั้นให้เลือกหากิจกรรมที่ตนเองทำแล้วมีผลเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองและหน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วให้ผู้เรียนพิจารณาวางแผนการใช้เวลาของตนเองใหม่ วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกการเรียงลำดับความสำคัญและมีเทคนิคการค้นหาและเรียงลำดับความสำคัญของกิจกรรมที่ทำอยู่เพื่อให้การใช้เวลามีประสิทธิภาพที่สุดสามารถบริหารจัดการสมดุลของเวลางานและเวลาส่วนตัวได้ Business Model:  Pareto 80:20

Business Framework (บางส่วนที่นำมาใช้ประกอบการบรรยาย)

Figure 1 Future Wheel Model

 

Figure 2 SWOT and STEEP Analysis

Figure 3 Strategic Planning Process Model

Figure 4 The Golden Circle Theory

แนวทางการสอนและรูปแบบการเรียนรู้

ทฤษฎี 40% : ปฏิบัติ 60%

  • บรรยาย : ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าอบรม
  • กิจกรรมกลุ่มระดมความคิด : ผู้เข้าอบรมได้เข้าไป “มีส่วนร่วม”
  • กิจกรรมเดี่ยว : ใช้ทฤกษฎีและกิจกรรมทางจิตวิทยาทำให้ผู้เข้าอบรมได้ “ค้นพบตนเอง”
  • ตัวอย่าง/กรณีศึกษาประกอบ : เพื่อเห็น “ภาพที่ชัดเจน” ยิ่งขึ้น
  • การเสวนาตีความ : ฝึกวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อการประยุกต์ใช้

การสัมมนาใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่และการฝึกประสบการณ์ (Adult Learning & Experiential Learning) ด้วยวิธีการ เน้นการบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรมการตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที

เนื้อหาของโปรแกรมมีทั้งการบรรยายให้มุมมองหลักคิดผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง (Case Study and Simulation) ทำให้การเรียนรู้ เกิดเข้าใจด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

     

 

แบ่งปัน