เรื่องโดย อาจารย์ไกรกิติ ทิพกนก

ผู้อำนวยการสถาบัน KCT Academy

 

ตอนที่ 4 กล้าปรับ กลับมาอยู่กับความจริง

คุณเคยได้ยินนิทานอีสปเรื่อง “หมาป่ากับเงา” ไหมครับ ??

มีหมาป่าตัวหนึ่งออกจากรังด้วยความฮึกเหิมและหิวกระหาย ขณะที่มันวิ่งไป ดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้าก็ทำให้เงาของเจ้าหมาป่าทอดยาวไปบนพื้น จนดูเหมือนว่าเจ้าหมาป่าจะตัวใหญ่กว่าที่เป็นจริงสักราว 100 เท่า เห็นดังนั้นเจ้า หมาป่าร้องอุทานด้วยความดีใจ

 “ดูสิว่าข้าตัวใหญ่แค่ไหน ลองนึกดูสิ ทำไมข้าต้องวิ่งหนีเจ้าสิงโตตัวจ้อยด้วย ข้าจะแสดงให้เห็นว่าใครกันแน่ที่เหมาะจะเป็นราชา มันหรือว่าข้า

และแล้วเมื่อเงาอันใหญ่โตทำให้มันหลงตัวเองอย่างสิ้นเชิง มันก็เดินอาดๆไปสู้กับสิงโต อนิจจา! พริบตาต่อมามันก็ถูกสิงโตตะปบคว่ำด้วยการตบเพียงครั้งเดียว

ท่านผู้บริหารครับ ในขณะที่สถนการณ์กำลังเปลี่ยนไป โมเดลธุรกิจของท่านอาจต้องปรับเปลี่ยน มันอาจจะถึงเวลาที่ท่านต้องกลับมาสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง ในขณะนี้ ท่านอาจกำลังพบว่าหุ้นส่วนของท่านบางคน อาจกำลังเฝ้าดูทิศทางที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไม่สบายใจนัก กับโมเดลธุรกิจใหม่

ในวาระนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีที่ท่านและหุ้นส่วนจะกลับมาพิจารณาปรับสัดส่วนการถือครองหุ้นของแต่ละคนใหม่ ขณะเดียวกันก็ได้สอบถามกันว่าแต่ละคนยังมีเป้าหมายแนวทางเดียวกันหรือไม่ ยังพร้อมจะลงเรือลำเดียวกันหรือไม่อย่างไร หากต้องมีการระดมทุนใหม่ก็จะได้นำสู่การพิจารณาเสียในคราวเดียว

นอกจากนี้หากต้องปรับสัดส่วนการถือครองหุ้น และต้องการนักลงทุนรายใหม่เข้ามา ผมขอแนะนำว่าอย่ามองแค่เรื่องเงินทุนที่เอาเข้ามาเติมสภาพคล่องเท่านั้น แต่ให้พิจารณาเรื่องการระดมทุน เพื่อให้ได้นักลงทุนที่มี Know How มีความเชี่ยวชาญช่วยให้เราสามารถเข็นโมเดลธุรกิจใหม่ให้เกิดขึ้น ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ตลอดจนการเข้ามาของหุ้นส่วนคนใหม่ควรช่วยให้เราสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่เป็นปัจจัยการผลิตเข้ามา เป็นสำคัญ

อีกประการสำคัญ เนื่องจากในช่วงวิกฤตการใช้เงินเพื่อการแก้ไขสถานการณ์และการลงทุนยังมีต่อเนื่อง ที่ประชุมควร พิจารณาเรื่องปรับการจ่ายเงินปันผลในสัดส่วนที่เหมาะสม หรือจะชะลอออกไป จนกว่าจะสถานการณ์จะคลี่คลายเพื่อให้มีเงินทุนสำรองพอเพียง หากมีความจำเป็นต้องใช้ฉุกเฉิน

ขณะเดียวกันก็ให้ที่ประชุมพิจารณา ประเมินทุนสำรองทั้งหมด ที่มีอยู่ ดูซิว่าจะสามารถสู้กับสถานการณ์นี้ได้แค่ไหน ในกรณีนี้ไม่จำกัดเพียงธุรกิจที่ประสบปัญหาแต่ธุรกิจใดที่ได้ผลกระทบเชิงบวกจากวิกฤต ก็ควรพิจารณาในเรื่องเงินทุนสำรองเช่นกันเผื่อกรณีฉุกเฉิน การมีทุนสำรองไว้ก็จะช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้ได้ไม่สะดุด

แล้วจากข้อสรุปที่ได้จากที่ประชุมของคณะกรรมการผู้ถือหุ้นทุกคน ก็ให้นำมาใช้ กำหนดนโยบายการใช้กระแสเงินสด และ วางมาตรการลดการลงทุน ในจุดที่ขาดทุน

และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ท่านผู้บริหารควร ตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดที่มีว่าขณะนี้ สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สิน ลูกหนี้ค้างชำระ เจ้าหนี้คงค้างมีอยู่เท่าไหร่ จากรายงานของฝ่ายบัญชีและการเงิน จากนั้นผมแนะนำว่าท่านควร ควบคุมเงินลงทุนจากส่วนกลาง ลดการใช้เงินลงทุนตามดุลยพินิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้แผนการจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอและเหมาะสมกับการลงทุน

ในสถานการณ์วิกฤตมีโอกาสเสมอหากเพียงแต่เราต้องไม่เผลอจินตนาการไปว่า เรายังดีอยู่ “สู้ไหว” อย่างเจ้าหมาป่า ท่านผู้บริหารควรใช้เลานี้ทบทวนตัวเอง ทบทวนเป้าหมาย ทบทวนวัตถุประสงค์การลงทุน และประเมินกำลังความสามารถที่แท้จริงก่อนไปท้ารบกับวิกฤตที่อยู่ตรงหน้า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : อย่าปล่อยให้จินตนาการทำให้หลงลืมความเป็นจริง

   แล้วพบกันในตอนหน้า ผมจะชวนผู้บริหารไปเขียนแผนที่สร้างความต่อเนื่องให้ธุรกิจของท่าน ครับ

แบ่งปัน