People photo created by prostooleh - www.freepik.com

 

 

เรื่องโดย

อาจารย์ไกรกิติ ทิพกนก  ผู้อำนวยการ สถาบัน KCT Academy 

 

 

หากธุรกิจของคุณถูกบังคับให้ต้องปิดตัวลงอย่างสิ้นเชิง อาจเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คุณต้องเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดของคุณ !

อย่างไรก็ตาม หากงานของคุณสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ต้องลดขนาดให้เล็กลง ทำให้คุณต้องปลดพนักงานออก การสูญเสียพนักงานนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำงานไม่เกี่ยวข้องกับคุณโดยตรง แต่ก็สามารถนำความรู้สึกของการสูญเสีย ความรู้สึกว่าไร้อำนาจจะช่วยเหลือเพื่อนพนักงานจนนำมาซึ่งความรู้สึกเศร้าโศกได้

แต่ด้วยความรับผิดชอบในฐานะ HR และ ผู้บริหาร ทำให้คุณต้องรีบฟื้นความรู้สึกกลับมาพร้อมทำหน้าที่และเรียนรู้สิ่งที่ปฏิบัติงานในเชิงรุกในเวลาเดียวกัน

สำหรับ HR หลาย ๆ คน ส่วนที่ยากที่สุดคือการบอกพนักงานที่ภักดีและขยันขันแข็งว่า บริษัท ไม่สามารถจ่ายเงินให้พวกเขาได้เพราะรู้ว่า ทันทีที่บอกไปพนักงานเหล่านี้จะต้องเผชิญกับความเครียดและความไม่มั่นคงในชีวิตในทันที

น่าเสียดายที่ COVID-19 ยังคงสร้างความเสียหายต่อธุรกิจต่อเนื่อง นายจ้าง ผู้บริหาร และ HR จำนวนมากกำลังเผชิญกับความคาดหวังในการช่วยลดความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อพนักงานเหล่านี้ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้นี่คือประเด็นทางเทคนิคที่นายจ้างอาจพิจารณาเมื่อต้องดำเนินการเรื่องการปลดพนักงาน:

ประการแรก พิจารณาเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า  โดยทั่วไปคำเตือนการเลิกจ้าง มักจะใช้กับลูกจ้างประจำเต็มเวลามากกว่า หรือพนักงานนอกเวลาที่ทำงานโดยรวม มากกว่า 40  ชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์

หากนายจ้างดำเนินการ “ปิดโรงงาน” หรือ “เลิกจ้างจำนวนมาก” กระทันหัน ก็จะส่งผลให้พนักงานเต็มเวลาประสบปัญหา ดังนั้นก่อนการเลิกจ้าง ผู้บริหารอาจพิจารณาในสองประเด็นเพื่อ ลดทอนความรุนแรงที่พนักงานจะเผชิญได้ หนึ่งคือ การเปิดให้ลาออกโดยสมัครใจ หรือ การเกษียณอายุก่อนกำหนด อีกประเด็นคือ การลดชั่วโมงการทำงานของพนักงานมากกว่า 50% ในแต่ละเดือนของรอบระยะเวลา สาม ถึง หกเดือน

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะหยุดพักงานสามเดือน อาจตกลงกับพนักงานเป็นวันหยุดตามตาราง เวลาหนึ่งสัปดาห์ ทุกๆเดือน ติดต่อกัน เป็นเวลาหกเดือนค่าใช้จ่ายจะเท่ากันและจะช่วยลดภาระทางการเงินให้องค์กรและรักษาขวัญกำลังใจของพนักงานได้

ในช่วงการระบาดของ COVID-19 การปลดพนักงานเกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ทางธุรกิจที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ นายจ้างที่ต้องพึ่งพาสถานการณ์ทางธุรกิจที่คาดการณ์ไม่ได้จะต้องยังคงจำนวนพนักงานที่จำเป็นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และในเวลานั้นจะต้องให้ข้อมูลสั้น ๆ เกี่ยวกับมาตรการที่อาจนำมาใช้สม่ำเสมอ

แต่หาก ผู้บริหาร คิดว่าพวกเขาอาจเผชิญกับวิกฤตทางการเงินหากชะลอการปลดพนักงานออก ก็ควรปรึกษาฝ่ายกฎหมายให้ถี่ถ้วน เนื่องจากบทลงโทษทางกฎหมายจะไม่เพียงมีผลกระทบทางการเงินแต่อาจนำมาซึ่งบทลงโทษอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นตามมา

อย่างไรก็ตาม  ก่อนการ ปลดพนักงานจำนวนมาก ผู้บริหารควรพยายามออกแบบแผนอัตรากำลังคนที่เหมาะสม เพื่อทำให้เกิดการหยุดชะงักของแรงงานน้อยที่สุด  และยังคงตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้มากที่สุด

คำแนะนำแก่ผู้บริหารในการสื่อสารในภาวะวิกฤตนี้ ควรสื่อสารอย่างซื่อสัตย์และโปร่งใสกับพนักงานทุกคนอย่างชัดเจนว่า การหยุดทำงานนั้นไม่ได้เกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของบริษัทและพนักงาน แต่เป็นเหตุสุดวิสัย แน่นอนว่ามันเป็นช่วงเวลาที่น่าเป็นห่วงสำหรับพนักงาน แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าการตัดสินใจปลดนั้น เพื่อแก้สถานการณ์เป็นการชั่วคราวและเป็นหนทางที่จะทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะเข้าใจและยอมรับสถานการณ์มากขึ้น .

แม้ว่าการปลดพนักงานอาจถูกต้องด้วยเหตุผลที่ถูกกฎหมาย แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงความยุติธรรมและไม่ดำเนินการปลดพนักงานในลักษณะที่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และ HR จะต้องไม่ลืมที่ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับรวมถึงการตรวจสอบว่าสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพของพนักงานที่ถูกเลิกจ้างว่ายังคงให้ความคุ้มครองหรือไม่  แม้กฎหมายจะระบุให้พนักงานได้รับเงินเดือนสุดท้ายภายในสิ้นวันทำการถัดไปหลังจากเลิกจ้าง

อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนของ COVID-19 ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่กล้าชัดเจนที่จะบอกพนักงานว่าพวกเขาถูกปลดออก” หรือเลิกจ้างชั่วคราว” ทำให้การจ่ายเงินเดือนๆสุดท้ายอาจยืดระยะไปนานกว่าปกติ  แต่สิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นการปลดออก หรือ เลิกจ้างชั่วคราว

คุณควรเตรียมเงินเดือนๆสุดท้ายไว้ให้เรียบร้อย

 

อีกประการที่สำคัญคือ หากพนักงานที่ถูกปลดออก หรือ เลิกจ้างชั่วคราวเป็นคนที่ต้องสื่อสารกับลูกค้าและลูกค้าเป็นประจำ คุณควรให้พวกเขาส่งมอบงานให้ชัดเจน จะต้องทำให้แน่ใจว่าพนักงานจะไม่ทำงานใดต่อไปหรืออ้างได้ว่าพวกเขายังทำงานค้างอยู่ คุณต้องแจ้งให้พนักงานทราบว่างานดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ทำอีกต่อไป

อย่างไรก็ดี เนื่องจากการปลดพนักงาน ในช่วงวิกฤตโรคระบาดนี้ ภาวะจิตใจของพนักงานที่ถูกปลดจะรู้สึกแย่กว่าปกติ การติดต่อและให้การสนับสนุนจิตใจและการแสดงความเห็นอกเห็นใจมีการตอบสนองและตรวจสอบกับพนักงานที่ไม่ได้งานเป็นประจำใหม่ของ HR หรือ ผู้บริหาร จะช่วยให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขายังคงมีความสำคัญต่อ บริษัท และไม่ได้ถูกทอดทิ้งหรือถูกลืม ในฐานะเพื่อนร่วมงาน

คุณยังควรที่จะสื่อสารส่วนตัวกับแต่ละคน ซึ่งในภาวะการณ์ที่แย่นั้น Personal Touch  และเสียงโทรศัพท์จะมีค่ามากกว่าข้อความทั่วไปที่ส่งถึงทุกคนในกลุ่มไลน์ทุกๆคนครับ  

แบ่งปัน