Business photo created by jcomp - www.freepik.com

 

เรื่องโดย      ดร. สุรชัย ตรัยวรรณกิจ

อาจารย์ผู้สอนวิชาเศรษศาสตร์ การวิจัยทางธุรกิจ สถิติ จากหลายสถาบันอุดมศึกษา 

วิทยากรประจำสถาบัน KCT Academy 

 

 

การวิจัย หมายถึง กระบวนการค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบในประเด็นข้อสงสัยที่ผู้วิจัยอยากศึกษา ซึ่งต้องเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อตัวผู้วิจัยเองในการดำรงชีพ หรือมีประโยชน์ต่อองค์กรที่ผู้วิจัยทำงานอยู่ หรือต่อประเทศชาติ หรือต่อประชากรโลก

ยกตัวอย่างเช่น การวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ภายใต้สถานการณ์ โควิด19” เป็นเรื่องที่ควรทำการวิจัย เนื่องจากมีประโยชน์ต่อ SMEs และต่อประเทศเป็นอย่างมาก

ในทางตรงกันข้าม หากสนใจศึกษาเรื่อง “ความพึงพอใจของผู้บริโภคในการรับประทานสุกี้ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งภายใต้สถานการณ์โควิด19” เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเช่นกัน แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์กับผู้ประกอบการมากนัก และเลวร้ายกว่านั้นอาจจะทำลายความมั่นใจในการประกอบอาชีพได้  หากผลการศึกษา พบว่า ความพึงพอใจของผู้บริโภคอยู่ในระดับต่ำมากโดยเฉพาะประเด็นการแยกที่นั่งรับประทานอาหาร ซึ่งผู้ประกอบการอาจจะต้องใช้ความสามารถอย่างมากในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวรวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมได้เลย

นอกจากงานวิจัยจะต้องมีความสำคัญดังกล่าวข้างต้นแล้ว งานวิจัยที่ดีต้องคำนึงถึงหลักศีลธรรมด้วย ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการเป็นเด็กนั่งดื่มในสถานเริงรมณ์ในยามค่ำคืน” เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อคนที่อยากจะประกอบอาชีพนี้เป็นอย่างมาก   แต่ผู้วิจัยคงโดนสังคมออนไลน์ถล่มเละแน่หากแนะนำให้เยาวชนไปเป็นเด็กนั่งดื่ม แม้ว่างานวิจัยนี้อาจจะได้รับแรงเชียร์บางส่วนจากคนที่ชอบเที่ยวกลางคืนและเจ้าของกิจการก็ตาม

อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน ก็คือ งานวิจัยเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างการทำบุญกับความยากจนของประชาชน” เป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างมาก

แต่หากผลการศึกษา พบว่า คนจนยิ่งทำบุญ ก็ยิ่งจนลง เมื่อยิ่งจนลง ก็ยิ่งไปทำบุญ เวียนว่ายเช่นนี้ไม่รู้จบ ซึ่งผู้วิจัยคงต้องย้ายบ้านและที่ทำงานอยู่บ่อยๆ หากแนะนำให้คนจนลดการทำบุญลง แล้วนำเอาเงินที่คิดว่าจะไปทำบุญไปเป็นทุนในการประกอบอาชีพ หรือนำเงินดังกล่าวเก็บออมไว้เพื่อส่งให้ลูกหลานเรียนหนังสือจนจบปริญญา แล้วนำความรู้นั้นมาช่วยครอบครัวให้หลุดพ้นจากวัฏจักรความยากจนที่เป็นมาแล้วหลายชั่วอายุคน

จรรยาบรรณในการทำวิจัยก็สำคัญเช่นกัน นักวิจัยที่ดีต้องไม่ไปลอกงานวิจัยของบุคคลอื่น แล้วนำมาดัดแปลงเพียงเล็กน้อยแล้วอ้างเป็นผลงานของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ แต่ถ้าบังเอิญดวงซวย เวรกรรมมีจริง อาจจะโดนสังคมประนาณถ้าประชาชนจับได้ว่าเป็นนักวิจัยกำมะลอ ยกตัวอย่างเช่น มีคนทำวิจัยเรื่อง “ความสำเร็จในการบริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดแพร่” แต่เราไปลอกเขามาแล้วเปลี่ยนเป็น “ความสำเร็จในการบริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดน่าน”

บังเอิญตอนท้ายเล่มเขาบอกว่าเอกสารนี้จะนำไปเผยแพร่สู่สาธารณชน เราดันไปแก้เป็นว่าเอกสารนี้จะนำไปเผยน่านสู่สาธารณชน เนื่องจากใช้โปรแกรมเปลี่ยนชื่อจากแพร่เป็นน่านทั้งเล่มโดยที่ไม่มีการตรวจทาน เนื่องจากมั่นใจในระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็สมน้ำมะหน้า

นอกจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดของงานวิจัยก็คือ “ความซื่อสัตย์ในการรายงานผลการวิจัยอย่างตรงไปตรงมา”

ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพ” ถ้าผลการวิจัย พบว่า ผู้หญิงที่มีแฟนหลายคนในเวลาเดียวกันจะประสบความสำเร็จในการทำงานมากกว่าผู้หญิงที่มีแฟนคนเดียวหรือเป็นโสด ถ้าผู้วิจัยเป็นหญิงโสดหรือหญิงที่มีรักเดียวใจเดียวอาจจะไม่สบายใจกับผลการวิจัยนี้นัก แต่ต้องทำใจยอมรับ ไม่ควรไปดัดแปลงแก้ไขงานวิจัยให้มีผลตรงกันข้าม

ท้ายที่สุด ท่านคิดว่าท่านจะเป็นนักวิจัยแบบไหน ขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง แต่จะเลือกให้เป็นแบบไหนนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดท่านต้องเป็นเซียนแห่งการวิจัยเสียก่อน ผมขออาสาเป็นขอนไม้ส่งให้ท่านถึงฝั่งครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ 

แบ่งปัน